In order to fulfill the basic functions of our service, the user hereby agrees to allow Xiaomi to collect, process and use personal information which shall include but not be limited to written threads, pictures, comments, replies in the Mi Community, and relevant data types listed in Xiaomi's Private Policy. By selecting "Agree", you agree to Xiaomi's Private Policy and Content Policy .
Agree

Redmi Note 8 Pro

[รีวิว] รีวิว Redmi Note 8 Pro มือถือราคาต่ำกว่าหมื่นที่สเปกคุ้มที่สุดแล้ว

2019-10-09 02:47:20
28933 119
รีวิว Redmi Note 8 Pro มือถือราคาต่ำกว่าหมื่นที่สเปกคุ้มที่สุดแล้ว


สวัสดีครับ เจอกับผม เต้ อีกแล้วครับ วันนี้ผมจะมารีวิว Redmi Note 8 Pro หรือจะเรียกกันแบบที่คุ้นเคยก็น่าจะเป็น Xiaomi Redmi Note 8 Pro ก็ได้ ซึ่งหลายๆคนคุ้นเคยซีรีย์ Note กันมาหลายรุ่นแล้วและส่วนตัวผมคิดว่า Redmi Note 8 Pro เป็นอะไรที่ผมว่าลงตัวที่สุดแล้วนะครับผมว่า...ตัวผมเพิ่งได้เครื่องมาวันที่ 7 ซึ่งเครื่องนี้จะไม่ใช่เครื่องรีวิว แต่เป็นเครื่องที่ผมได้รับเป็นของรางวัลจากทาง Xiaomi ประเทศจีน ที่ผมได้ทำคลิปวีดีโอที่จะใช้ในงานเปิดตัว Redmi Note 8 Series ในประเทศจีน จึงทำให้เครื่องถึงมือผมช้าไปหน่อย แต่ผมก็จะพยามทำรีวิวให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้นะครับ...

ในรีวิวนี้ผมจะลงให้อ่านกันภายในวันเปิดตัววันที่ 9 ตุลาคม 2562 นี้ แต่...บางหัวข้ออาจจะเขียนไม่ละเอียดเนื่องจากผมไม่สามารถทำการทดสอบได้หมดทุกหัวข้อภายในเวลาวันเดียว 555+

รีวิวนี้รวมถึงวีดีโอพรีวิว Redmi Note 8 Pro ผมใช้เวลาทำทั้งหมดเพียง 1 วันกว่าๆเท่านั้น และกระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้รีวิวที่ผมพยามทำรีวิวเต็มที่แล้วหลังจากได้เครื่องมาวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ยังไงถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ ผมเองก็พยามที่จะทดสอบให้ได้ทุกอย่าง หรือทำรีวิวให้ได้ตามหัวข้อที่เคยทำไว้ให้ได้มากที่สุด...ในหัวข้อไหนที่เขียนไว้ไม่ค่อยละเอียดหรือเขียนน้อยๆ ก็บอกตรงนี้เลยว่าอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านี้ และในขณะที่ผมเขียนรีวิวถึงบรรทัดนี้ ก็ปาเข้าไป ตี 2 ครึ่งของวันที่เปิดตัว Redmi Note 8 Pro แล้วครับ 555+ ส่วนราคาและรายลเอียดเพิ่มเติมผมจะใส่ให้หลังจากงานเปิดตัวนะครับ

สำหรับใครที่อยากดูเป็นวีดีโอพรีวิวและรีวิว ก็ดูได้ที่นี่เลยครับผม





แต่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปทำกิจกรรม CSR ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบราชธานี กับทาง Xiaomi ประเทศไทย ซึ่งในงานนี้ ทางทีมงานได้แจกมือถือให้ผู้ที่ไปทริปในครั้งนี้ได้ทดลองใช้งาน Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro ภายในทริปครั้งนี้ด้วย...ซึ่งผมจะทำกระทู้บรรยากาศกิจกรรม CSR ที่ผมได้ไปร่วมครั้งนี้ด้วยครับ...


และรีวิว Redmi Note 8 Pro ครั้งนี้อาจจะมีหัวข้อที่เหมือนกับรีวิวรุ่นอื่นๆ ก็ต้องบอกกันไว้เลยว่า ต่อไปนี้ผมจะยึดหัวข้อรีวิวประมาณนี้ เป็นมาตรฐานในการรีวิวของผมเองนะครับ...ถ้าใครต้องการให้ลดหรือเพิ่มเติมอะไรก็บอกได้นะครับ...เกริ่นกันยาวพอสมควรแล้วครับ เชิญอ่านรีวิวได้เลยครับ...และอีกเช่นเคย ถ้าใครไม่สะดวกอ่าน ผมก็ทำเป็นวีดีโอไว้ให้เช่นกันครับ ซึ่งเนื้อหาในวีดีโอจะเป็นการยกเนื้อหาจากกระทู้ไปพูดในวีดีโอครับผม


กล่องคราวนี้ก็จะไม่เหมือนรุ่นอื่นๆอีกเช่นกัน คือมีรูปตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลังสกรีนมาหน้ากล่องเลย แต่สีที่อยู่หน้ากล่องจะไม่ใช่สีตามตัวเครื่องที่อยู่ในกล่องนะครับ ไม่ว่าคุณจะเลือกสีเทา สีเขียว หน้ากล่องก็จะสกรีนสีขาวสีเดียวเหมือนกันหมดทุกกล่อง


และด้านล่างกล่องก็จะมีบอกสเปกคร่าวๆของตัวเครื่องว่าสีอะไรความจุเท่าไหร่ ซึ่งเครื่องที่ผมได้มาเป็นสีเทา Mineral Grey Ram 6GB ความจุ 64GB ซึ่งจะมีวางจำหน่างทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา Mineral Grey สีขาว Pearl White และสีเขียว Forest Green และมีทั้งหมด 2 ความจุคือรุ่น Ram 6GB ความจุ 64GB และ 128GB ซึ่งทั้งสองความจุจะมี Ram ขนาดเดียวคือ 6GB

สเปกตัวเครี่อง
ขนาดตัวเครื่อง 161.35 x 76.4  x 8.79 มิลลิเมตร
หน้าจอแสดงผลขนาด 6.53 นิ้ว Dot Drop Display ความคมชัด Full HD+ อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9
ระบบปฏิบัติการ MIUI 10 บน Android 9 Pie
CPU: MediaTek Helio G90T
GPU: Mali G76 3EEMC4
RAM : 6GB
ความจุตัวเครื่อง 64 / 128GB ใช้หน่วยความจำแบบ UFS 2.1
กล้องหลัง 4 เลนส์ 64 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล
กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.2 มุมกว้าง 120 องศา
กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล F/1.89 Samsung ISOCELL GW1
กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล โฟกัสใกล้สุดที่ระยะ 2 เซนติเมตร
กล้องวัดระยะความลึกขนาด 2 ล้านพิกเซล
กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล F/2.0
แบตเตอรี่ 4500mAh
รองรับ Quick Charge 3.0 18W
มีช่องเสียบรูหูฟังขนาด 3.5 mm
สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
มีสีให้เลือก 3 สี สีเทา Mineral Grey สีขาว Pearl White และสีเขียว Forest Green
ราคา 6/64GB 7,999 บาท และ 6/128GB 8,999 บาท

ในกล่อง Redmi Note 8 Pro


อุปกรณ์ในกล่องก็จะมีตัวเครื่อง เคสนิ่มสีดำโปร่งแสง ซึ่งถ้าเป็นเครื่องสีขาวหรือสีเขียวก็จะได้เป็นเคสใส สมุดคู่มือ และใบรับประกัน เข็มจิ้มถาดซิม สายชาร์จ Type C และหัวชาร์จ Quick Charge 3.0 18W ให้มาในกล่องเลย แต่ถ้าเป็นตัว Redmi Note 8 จะรองรับ Quick Charge 3.0 ที่ 18W เหมือนกัน แต่ในกล่องไม่ได้แถมหัวชาร์จ Quick Charge 3.0 18W มาให้ในกล่อง


เครื่องที่ผมได้มา ถึงจะเป็นสีเทาดำ แต่ส่วนตัวผมก็ว่าการแถมเคสใสมาน่าจะโอเคกว่า ในความคิดผมนะครับ เพราะฝาหลัง ถึงจะเป็นสีเทาดำแบบนี้ แต่เอาจริงๆมันก็ดูดีพอสมควรเลยครับ...แต่สิ่งหนึ่งที่ผมว่ามันไม่น่าจะมีคือที่ปิดช่องชาร์จอะครับ 555+ เวลาจะเสียบชาร์จทีต้องคอยแกะออก...ผมคิดว่ามันก็มีข้อดีและข้อเสียแหละครับ แต่เชื่อว่าหลายๆคนคงรำคาญเหมือนผมแน่นอนครับ

ภายนอก


และแน่นอนว่ามือถือราคาต่ำกว่าหมื่น ในความรู้สึกแรกที่ผมได้จับ ผมคิดว่าบอดี้ด้านข้างของ Redmi Note 8 Pro ต้องเป็นโลหะแน่นอน และด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่หนักถึง 200 กรับ ก็เลยทำให้คิดไปว่าน่าจะใช่ แต่ลืมไปว่าแบตเตอรี่ที่ให้มา 4500 มิลลิแอมป์ก็อาจจะทำให้ตัวเครื่องหนัก แต่พอได้ใช้จริงๆ แล้ว จะไม่ใช่โลหะ แต่ทำออกมาเหมือน “ดูเหมือน” โลหะมากๆ ดูไม่เหมือนพลาสติกเลย...ในจุดนี้เดี๋ยวรอข้อมูลคอนเฟิร์มอีกทีครับว่าใช้วัสดุอะไร ผมบอกเลยว่ามันเป็นมือถือที่ราคาต่ำกว่าหมื่นที่ดูดีและดูแพงเกินราคาพอสมควรครับ


ฝาหลังของตัวเครื่อง ถึงจะไม่มีลวดลายอะไรสำหรับสีเทา แต่สำหรับสีขาวมุขและสีเขียว ผมว่ามันเป็นสีที่ดูดีพอสมควรเลยครับ ส่วนกล้องตรงฝาหลังนั้นนูนออกมานิดเดียวน่าจะมาณ 2 มิลลิเมตรโดยประมาณนะครับ ซึ่งถือว่าไม่นูนพอๆกับ Mi 9 ซึ่งผมก็แนะนำให้หาเคสที่มีขอบป้องกันกล้องไว้หน่อยก็ดีครับ เวลาวางกับโต๊ะจะได้ไม่ต้องห่วงมากว่าจะเป็นรอยมั้ย


ด้านหน้าก็จะมีติ่งรูปหยดน้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของกล้องด้วย เมื่อเทียบกับติ่งรูปตัว U ใน Redmi Note 7 ตัวนี้ทำออกมาได้ดี ดูเนียนตากว่าติ่งรูปตัว U อีกครับ ขอบตัวเครื่องก็ทำออกมาได้บางลงแทบจะไม่ต่างจากตัวท็อปอย่าง Mi 9 ซักเท่าไหร่ ส่วนด้านบนก็จะเป็นช่องลำโพงสนทนาที่มีขนาดค่อนข้างจะยาวและไม่อยู่ลึกมาก ทำให้ฝุ่นไม่สะสมในช่องลำโพง แต่ก็อาจจะเป็นคราบเหงื่อของเราที่จะเข้าไปอุดรูสนทนาแทนฝุ่นก็เป็นไปได้ครับ 555+ และเสียนสนทนาก็ทำได้ดี ดัง และชัดเจนเหมือน Mi 9 เลย


และใต้ลำโพงสนทนาเยื้องไปทางขวาก็จะเป็นไฟ LED แจ้งเตือน และไฟสถานะการชาร์จซึ่งจะเป็นสีขาวสีเดียวเท่านั้น ถัดมาทางขวา ในรูปอาจจะมองไม่เห็น ซึ่งเป็นที่อยู่ของเซ็นเซอร์วัดแสงและเซ็นเซอร์ปิดหน้าจอระหว่างสนทนา


ด้านซ้ายก็จะเป็นช่องถาดใส่ซิมการ์ด


ซึ่ง Redmi Note 8 Pro จะมาเป็นช่อง Hybrid Slot ที่ช่อง 1 จะเป็นช่องใส่ซิม แต่ช่อง 2 จะต้องเลือก ว่าจะใส่เมโมรี่การ์ดหรือจะใส่ซิม 2 ซึ่งผมแนะนำว่าให้เลือกขนาดความจุของตัวเครื่องให้เหมาะสมก่อนตัดสินใจซื้อด้วยนะครับ...และคุณจะเห็นซีลยางสีแดงด้วย ก็เป็นอีกจุดนึงที่มีการซีลกันฝุ่นไว้ในระดับหนึ่ง แต่เครื่องก็ไม่ได้มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นใดๆนะครับ


ด้านขวาของตัวเครื่องก็จะมีปุ่มปิดเปิด และปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียงมาให้ ซึ่งการวางตำแหน่งก็ไม่ได้อยู่สูงเกินไปครับ


ด้านล่างก็จะเจอกับช่องหูฟัง 3.5 ช่องชาร์จ Type C ช่องไมโครโฟนตัวหลัก และช่องลำโพง


ด้านบนก็จะมีรูไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา และที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็น IR ครับผม


ด้านหลังก็จะมีกล้องทั้งหมด 4 ตัว ซึ่งการวางรูปแบบกล้องก็จะเป็นแนวตั้งตรงกลางที่จะมีกล้องอยู่ 3 ตัวและล่างสุดจะเป็น เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ส่วนทางขวามือก็จะเป็นแฟลช LED แบบ 2 ดวง และใต้แฟลชก็จะเป็นกล้องอีก 1 ตัว...ซึ่งรายละเอียดเรื่องกล้องเดี๋ยวผมจะไปพูดในหัวข้อกล้องอีกทีครับ...และอีกอย่างที่มีมาใน Redmi Note 8 Pro ด้วยก็คือ NFC ครับ ซึ่งเสาสัญญาณ NFC จะอยู่บริเวณด้านขวาตัวเครื่องระหว่างกล้องตัวที่ 3 กับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือครับ

หน้าจอ


ถึงหน้าจอของ Redmi Note 8 Pro จะไม่ใช่จุดเด่นอะไรแถมยังมีติ่งอีก แต่สิ่งที่ผมรู้สึกได้คือมันไม่ใช่จอแบบมือถือราคาถูกครับ ด้วยขนาดหน้าจอ 6.53นิ้ว Full HD+ 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 ที่ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง...ในราคาต่ำกว่าหมื่นส่วนใหญ่แล้วด้านหน้าจะใช้แค่ Gorilla Glass 3 ด้วยซ้ำไป...และนี่ก็คงจะเป็นข้อดีสำหรับผมแล้วครับ 555+

แบตเตอรี่และการชาร์จ


ในการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง เท่าที่ผมสังเกตมาในระยะสั้นเพราะผมเพิ่งได้เครื่องมาแค่สองวัน ผมสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ประมาณ 10 ชั่วโมงไม่เกิน 11 ชั่วโมง ในช่วงแรกๆ และอีกอย่างผมได้ทำการทดสอบการเล่นเกมส์ด้วย ถ่ายรูปด้วย จึงอาจจะทำให้แบตหมดไวกว่าปกติ


ซึ่งผมว่าถ้าใช้งานนานกว่านี้แบตเตอรี่อาจจะใช้งานได้นานขึ้นเพราะระบบจะค่อยๆเรียนรู้การใช้งานของเราไปเรื่อยๆ และช่วยลดการทำงานของแอพที่เราไม่ค่อยได้ใช้งานไปเอง ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าแบตเตอรี่อาจจะอยู่ได้น้อยไปซักหน่อย เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4500 มิลลิแอมป์ซึ่งถ้าผมใช้นานกว่านี้แล้วถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงผมจะมาอัพเดตให้อีกครั้งนึงครับ


สำหรับการทดสอบการชาร์จแบตเตอรี่กลับ ตั้งแต่ 5-100% ผลคือ ภายใน 30 นาทีแรกในการชาร์จด้วยหัวชาร์จ Quick Charge 3.0 18W ทีแถมมาให้ในกล่อง พบว่าได้แบตเตอรี่มา 45% และภายใน 1 ชั่วโมง ได้แบตเตอรี่มา 78% และชาร์จเต็มด้วยเวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง 45 นาที โดยประมาณ จึงเต็ม 100% ซึ่งระหว่างการชาร์จก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนซักเท่าไหร่


Redmi Note 8 Pro แถมหัวชาร์จ Quick Charge 3.0 จ่ายไฟสูงสุดที่ 18W  มาให้ในกล่องเลย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม แต่ก็ยังเป็นหัวกลมอยู่ดี เวลาเสียบปลั๊กมันจะหลุดง่ายหรือหลวมมากครับ ผมนี่รำคาญมากเลย จนต้องไปซื้อหัวชาร์จใหม่ที่เป็นหัวแบนมาใช้แทนครับ 555+

ปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือ และปลดล็อคด้วยใบหน้า


และแน่นอนว่าการใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอยู่หลังเครื่องก็ทำให้เราสแกนลายนิ้วมือได้สะดวกและรวดเร็วมาก และไม่ต้องห่วงว่าจะสแกนยากมั้ย แบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ


แต่ Redmi Note 8 Pro ก็ให้ปลดล็อคด้วยการสแกนหน้ามาให้ ซึ่งผมบอกเลยว่ามันทำได้ดีและรวดเร็วมาก...ซึ่งผมแทบไม่ต้องใช้สแกนลายนิ้วมือเลย...แต่ระบบก็แจ้งว่าเป็นการปลดล็อคด้วยสองมิติ อาจจะไม่ปลอดภัยเท่ากับการสแกนลายนิ้วมือ...ซึ่งมันก็จริงครับ การปลดล็อคด้วยการสแกนหน้าแบบนี้ได้แค่เรื่องความสะดวกอย่างเดียวครับ

โหมดพกพา


โหมดพกพา หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันก็ได้หายไปจากรุ่นท็อปๆ อย่าง Mix 3 ,Mi 9 ,Mi 9 SE ซึ่งโหมดพกพาคือโหมดที่เวลาเราใส่มือถือในกระเป๋าหรือกระเป๋ากางเกง หน้าจอจะปิดอยู่ตลอดเวลา พูดง่ายๆคือ ป้องการสัมผัสหน้าจอโดยที่ไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง...ส่วนตัวผมเคยเจอปัญหานี้ตอนใช้ Mix 3 ,Mi 9 ,Mi 9 SE ก็คือเวลามีแจ้งเตือนมาแล้วจอมันติดขึ้นมาตอนใส่กระเป๋า แล้วมันจะมีหน้าจอให้เราใส่รหัส มันก็จะกดเองมั่วๆ จนมือถือผมล็อคไป 1 นาที...แต่ก็เจอไม่บ่อยครับ และก็บางทีเพลงเล่นเองตอนใส่กระเป๋า เพราะตรงหน้าจอล็อคมันจะมี Widget ของเครื่องเล่นเพลงอยู่ อยู่ดีๆดังขึ้นมาเองก็มีครับ อายมากก บอกเลย 555+ เพราะฉะนั้น เพียงแค่คุณเปิดโหมดพกพา คุณก็จะไม่เจอปัญหาเหล่านี้แน่นอนครับ ^^;

กล้อง


และแน่นอนว่าพอมาถึงหัวข้อนี้ ผมก็ขออธิบายเรื่องกล้องให้ฟังครับ ซึ่งมันอาจจะยาวซักนิดครับ 555+ ใครไม่สนใจข้ามไปได้เลยครับ เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกของ Xiaomi ที่ได้นำเซ็นเซอร์ขนาด 64 ล้านพิกเซลมาใส่ในมือถือของตัวเอง และก็ยังเป็นเซ็นเซอร์ของซัมซุงเช่นเคย...ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆคนก็คงมองว่าตอน Redmi Note 7 ยังทำได้ไม่ดีพอ...ใช่ครับ สำหรับราคาขนาดนี้ ผมก็ว่าดีแล้วนะครับ ซึ่ง Redmi Note 8 ก็จะยังใช้เซ็นเซอร์ 48 ล้านพิกเซล Samsung  ISOCELL GM1 ตัวเดียวกับ Redmi Note 7 นั้นแหละครับ แต่พอมาเป็น Redmi Note 8 Pro ได้มาใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1 ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า GM1 แบบเห็นได้ชัด...ซึ่งผมก็ขอแอบบอกตรงนี้ก่อนว่ามันดีกว่าจริงๆครับ 555+


การจัดวางตำแหน่งกล้องก็จะอยู่ตรงกลางเครื่องแนวตั้ง เลนส์ตัวบนสุดก็คือเลนส์วัดระยะความลึกที่มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ขนาด 1.75μ และถัดมาเลนส์ตัวกลาง เป็นเลนส์ Samsung ISOCELL GW1 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F/1.89 มุมกว้าง 79 องศา และเลนส์ตัวที่ 3 เป็นเลนส์ Ultra Wide หรือเลนส์มุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล F/2.2 มุมกว้าง 120 องศา...และกล้องตัวสุดท้ายที่อยู่ใต้แฟลช LED ก็คือเลนส์สำหรับถ่าย Macro หรือเลนส์ถ่ายระยะใกล้ ซึ่งสามารถถ่ายวัตถุที่ใกล้ที่สุดเพียง 2 เซนติเมตรเท่านั้น


กล้อง 64 ล้านพิกเซล ข้อมูลที่ผมได้มาไม่ได้บอกว่ากล้องหลักใช้เทคโนโลยีไหน แต่ผมก็คิดว่าน่าจะเป็น Super Pixel ที่เป็นการรวม 4 พิกเซลรวมเป็น 1 พิกเซล เหมือนเดิม เพราะเมื่อผมถ่ายรูปในโหมด Auto ปกติ ที่ไม่ได้เปิดโหมด 64 ล้านพิกเซล พบว่ารูปที่ออกมามีขนาด 16 ล้านพิกเซล...ซึ่งคุณจะเห็นประสิทธิภาพของกล้อง 64 ล้านพิกเซลตัวนี้ก็ต่อเมื่อคุณถ่ายโหมด 64 ล้านพิกเซลเท่านั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันต่างกันแบบเห็นได้ชัดเลยครับ

และแน่นอนว่า กล้อง 64 ล้านตัวใหม่นี้จะทำออกมาได้ดีกว่า 48 ล้านของ Redmi Note 8 แล้ว แต่เมื่อเทียบกับเรือธงอย่าง Mi 9 และ Mi 9T Pro แล้ว มันก็อาจจะยังเป็นรองในการถ่ายในเวลากลางคืน...เพราะค่า F ที่สูงกว่าและ ISO ที่ไม่สามารถดันได้สูงเหมือน Mi 9 และ Mi 9T Pro นั่นเอง แต่เมื่อถ่ายในเวลากลางวันแล้ว คุณภาพถือว่าทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะ Redmi Note 8 Pro ถ่ายภาพออกมาได้ขนาด 16 ล้านพิกเซล ในขณะที่ Mi 9 และ Mi 9T Pro สามารถถ่ายออกมาได้เพียง 12 ล้านพิกเซลเท่านั้น


ใน Redmi Note ซีรีย์ ทั้ง 8 และ 8 Pro ได้เพิ่มเลนส์มุมกว้างพิเศษ เข้ามา ทำให้การถ่ายรูปของเราสนุกขึ้นไปอีก เพราะมีเลนส์อีกระยะให้เราเลือก...Redmi Note 8 และ 8 Pro จะไม่มีเลนส์ระยะเทเล หรือเลนส์ซูมมาให้แค่นั้น แต่ผมบอกเลยว่าเลนส์มุมกว้างพิเศษตัวนี้มีค่า F ที่สูงกว่า Mi 9T และ 9T Pro ซะอีก ก็คือค่า F/2.2 นั่นเอง...ทำการถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างพิเศษของ Redmi Note 8 และ 8 Pro ในเวลากลางคืนหรือที่มืดทำได้ดีกว่า Mi 9T และ 9T Pro....ในทางตัวเลขนะครับ...ซึ่งเอาจริงๆ โดยรวมผมก็ว่ามันไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ครับ

ส่วนสิ่งที่น่าสนใจของ Redmi Note 8 Pro ก็คงจะเป็น เลนส์ Macro หรือเลนส์ที่ใช้ถ่ายวัตถุระยะใกล้ ถึงแม้กล้องจะมีความละเอียดเพียงแค่ 2 ล้านพิกเซล แต่ก็ทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพมาโครในระยะใกล้สุดที่ 2 เซนติเมตรเท่านั้น

กล้องหลัง
รูปภาพ


ในโหมดออโต้ปกติก็จะมี Ai และ HDR ให้เรากดเลือกใช้งาน


และก็จะมีปุ่มให้เราเลือกสลับเลน์ไปใช้เลนส์มาโคร ที่ทำให้เราถ่ายระยะใกล้ได้มากที่สุดถึง 2 เซนติเมตร...แต่ด้วยความละเอียดกล้องมาโครมีความละเอียดแค่ 2 ล้านพิกเซล ผมก็แนะนำให้ถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอนะครับ ไม่งั้นภาพก็จะออกมาไม่ค่อยชัดซักเท่าไหร่


และก็ยังมีเลนส์มุมกว้างพิเศษมาให้ด้วย ซึ่งจะทำให้เราสนุกกับการถ่ายรูปมากขึ้นเพราะมีเลนส์หลายระยะมากขึ้น และเลนส์มุมกว้างพิเศษก็ทำให้เราถ่ายภาพในมุมที่กว้างมากขึ้น โดยจะมีความกว้างสูงสุดอยู่ที่ 120 องศา


และเรายังสามารถกดซูมสองเท่าได้ทั้งที่ไม่มีกล้องเลนส์เทเล...แต่เท่าที่ผมลองมา การที่กดซูม 2 เท่า ก็แทบจะไม่สูญเสียความละเอียดไปซักเท่าไหร่เลยครับ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับกล้อง 64 ล้านพิกเซลครับ ;


และเราก็ยังสามารถถ่ายภาพด้วยโหมด 64 ล้านพิกเซลได้ แต่จะไม่สามารถใช้งาน HDR และ Ai ได้ แต่ก็แลกกับความละเอียดของภาพที่ต่างจากโหมดปกติแบบเห็นได้ชัดเลยครับ...ซึ่งการถ่ายความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ก็ใช้เวลาประมวลผลภาพไม่นาน


สำหรับ Redmi Note 8 Pro เท่าที่ผมได้ทดลองใช้มา และเทียบโหมดภาพบุคคลกับมือถือรุ่นก่อนหน้านี้ก็พบว่า การเก็บขอบของ Redmi Note 8 Pro ทำได้ดีกว่ารุ่นเก่าๆแบบเห็นได้ชัดครับ ซึ่งสามารถเบลอฉากหลังได้ดีตามระยะชัดตื้นและชัดลึก ไม่ใช่ว่าวัตถุอยู่ใกล้ก็เบลอหนักไปซะหมด ซึ่ง Redmi Note 8 Pro จะไล่ระดับความเบลอตามระยะความห่างของวัตถุ ทำให้การเบลอฉากหลังทำได้คล้ายกับกล้องโปรเลยครับ


ในส่วนของโหมดกลางคืน เท่าที่ผมได้ทดลองใช้มา...ในที่แสงน้อยแต่ยังมีแสง ทำได้ดีครับ แต่ถ้าเป็นการถ่ายที่มืดมากๆ ภาพที่ได้ก็จะมีวุ้นให้เห็น เหมือนกับรุ่นอื่นๆที่เป็นกล้อง 48 ล้านพิกเซลเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นวิธีแก้...ถ้าต้องการถ่ายภาพตอนกลางคืนผมแนะนำให้ใช้โหมด 64 ล้านพิกเซล และแตะโฟกัสตรงไหนก็ได้ แล้วเร่งแสงตามใจชอบเลย แล้วภาพที่ออกมาจะดีกว่าโหมดกลางคืนพอสมควรเลยครับ

รูปเทียบ 16 กับ 64 ล้านพิกเซล


ในรูปด้านซ้ายจะเป็นรูปถ่ายด้วยโหมดออโต้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนด้านขวาจะถ่ายด้วยโหมด 64 ล้านพิกเซล ซึ่ง HDR และ Ai จะไม่ทำงานในโหมดนี้ แต่ลองสังเกตรายละเอียดดูระหว่างสองภาพนี้จะเห็นความแตกต่างกันค่อนข้างจะชัดเจน


ผมได้ลองพยามให้กล้องทำ ISO ออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งในโหมดกลางคืนและโหมดธรรมดา ซึ่ง ISO สูงสุดที่ทำได้ของ Redmi Note 8 Pro ก็คือ 25600 ซึ่งถือว่าโอเคแล้วสำหรับมือถือราคาระดับนี้... แต่สำหรับ Mi 9T, 9T Pro และ Mi 9 สามารถทำ ISO สูงสุดได้ที่ 51200 จึงทำให้การถ่ายภาพตอนกลางคืน สองรุ่นนี้ก็จะทำได้ดีกว่า


ผมเชื่อว่าหลายๆคนรู้ดีว่าโหมดพาโนรามาของ Xiaomi ในรุ่นก่อนๆ ทำออกมาไม่ค่อยดีนัก ภาพมีขาดๆไปบ้าง แต่ Redmi Note 8 Pro ได้ปรับปรุงซอฟแวร์แล้ว จึงทำให้การถ่ายพาโนรามาทำได้ดีมากๆ จากการทดสอบของผม ภาพไม่มีรอยต่อให้เห็นเลย ผมบอกเลยว่านี่เป็นอีกจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดี


โหมดโปรก็สามารถปรับค่าต่างๆได้เหมือนรุ่นอื่นๆของ Xiaomi ที่ปรับสปีดชัตเตอร์ ได้สูงสุด 32 วินาที


แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ เลนส์มุมกว้างพิเศษ สามารถตั้งสปีดชัตเตอร์ได้ถึง 16 วินาทีกันเลย ในขณะที่ Mi 9T, 9T Pro ตั้งได้แค่เพียงครึ่งวินาทีเท่านั้น และเลนส์มาโครก็สามารถลากสปีดชัตเตอร์ ได้สูงสุดที่ ¼ วินาทีเช่นกัน

ท้องฟ้า Ai


และแน่นอนว่า MIUI เวอร์ชั่นใหม่ๆจะมาพร้อมกับการปรับท้องฟ้าแบบนี้ได้ซึ่งส่วนตัวผมค่อนข้างชอบนะ เพราะมันตัดขอบได้เนียนมากไม่พอ โทนภาพที่ออกมามันดูเนียนตาจนแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าเป็นท้องฟ้าจริงหรือท้องฟ้าปลอม555+ และอีกสิ่งที่ผมชอบคือเมื่อเราถ่ายรูปติดลายน้ำมา แต่เราสามารถลบลายน้ำออกได้ด้วย

วีดีโอ


สำหรับวีดีโอนั้น สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ 4K 30FPS และ Full HD 60FPS แต่กันสั่น EIS จะทำงานได้สูงสุดที่ Full HD 30FPS เท่านั้น...ซึ่งเท่าที่ผมทดสอบมา กันสั่น EIS ทำงานได้ค่อนข้างดีไม่แพ้รุ่นท็อปๆ แต่จะต่างกันเรื่องความคมชัดเท่านั้นเอง ผมแนะนำให้ถ่าย 4K 30FPS ถ้าต้องการความชัดเจ แต่ก็ต้องแลกกับการที่ EIS ไม่ทำงาน


และวีดีโอกล้องหลังยังสามารถใช้เลนส์มาโครถ่ายได้ และสามารถเปิดโหมดบิวตี้ในโหมดวีดีโอได้ด้วย แต่ความละเอียดสูงสุดที่ถ่ายได้จะเหลือแค่ HD 720P 30FPS ส่วนเรื่องการรับเสียงก็ทำได้ดีแบบใช้ได้ ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ ถ้าให้เทียบกัน ผมว่า Mi 9T, 9T Pro จะทำได้ดีกว่าเรื่องการรับเสียง


สำหรับวีดีโอ Slow motion สามารถ่ายได้สูงสุด 960FPS และ 240FPS ที่ความละเอียด HD 720 ส่วน 120FPS จะถ่ายได้สูงสุดที่ Full HD 1080 แต่การถ่าย 960FPS จะไม่มี Ai Music ที่จะใส่เพลงให้เหมาะกับสิ่งที่เราถ่ายเหมือนรุ่นท็อปนะครับ

กล้องหน้า
รูปภาพ


มาต่อกันที่กล้องหน้า...โหมดบิวตี้ของ Redmi Note 8 Pro ก็จะสามารถปรับได้น้อยหน่อย แต่บอกเลยว่าคุณภาพกล้องหน้าไม่แพ้ตัวท็อปอย่าง Mi 9T, 9T Pro และ Mi 9 เลยครับ


และสิ่งที่ผมชอบสำหรับกล้องหน้าเลยก็คงจะเป็นชัทเตอร์ด้วยฝ่ามือ คือการยกมือขึ้นมาแล้วกล้องจะนับถอยหลัง 3 วินาทีก่อนถ่าย ซึ่งสะดวกมากๆครับ



โหมดภาพบุคคลกล้องหน้าก็ทำได้ดีไม่แพ้กล้องหลังเลยคือมีการเก็บขอบที่ดีขึ้นกว่ารุ่นเก่าๆ และยังสามารถปรับแสงสตูดิโอได้อีกด้วย


กล้องหน้าสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ Full HD 30FPS แต่ถ้าเปิดโหมดบิวตี้กล้องหน้าก็จะลดลงมาเหลือ HD 720P

เกมส์


เรื่องเกมส์ของ Redmi Note 8 Pro นั้น ผมขอบอกตรงนี้ก่อนเลยว่า...สำหรับใครที่สนใจซื้อมือถือรุ่นนี้มาเล่นเกมส์ อ่านตรงนี้ให้ดีนะครับ หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า CPU ของ MediaTek นั้นเป็นซีพียูที่หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยชอบ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพที่เป็นรอง Snapdragon มาตลอด แต่ Redmi Note 8 Pro ก็เลือกใช้ CPU ของ MediaTek Helio G90T ซึ่งผมบอกเลยว่า ตอนแรกผมก็คิดว่าประสิทธิภาพน่าจะอยู่ประมาณ Snapdragon 730 แต่พอได้ทดสอบแล้ว ทั้งเกมส์ ROV และ PUBG Mobile ก็พบว่าการปรับกราฟฟิกของเกมส์ทั้งสองเกมส์นั้น สามารถปรับได้สูงสุดเหมือนกับ Snapdragon 845 เลย



ซึ่งในเกมส์ ROV ก็สามารถปรับเฟรมเรทสูงได้ และสามารถปรับภาพ HD ได้ในระดับสูงมาก และยังสามารถปรับการแสดงผลได้สูงมาก อีกเช่นกัน...ในขณะที่ Snapdragon 730 สามารถปรับได้แค่สูงเท่านั้น...และแน่นอนว่าเป็นซีพียูของ MediaTek ความร้อนในขณะเล่นเกมส์ ก็จะร้อนมากกว่า Snapdragon แบบเห็นได้ชัด


ส่วนเฟรมเรทก็จะอยู่ประมาณ 50-60FPS ซึ่งจะแปรผันไปตามโหมดเกมส์ที่เล่นและที่สำคัญคือความร้อน ถ้ายิ่งร้อนมากก็ยิ่งส่งผลทำให้เฟรมเรทตกลงมาได้



และในเกมส์ PUBG Mobile ผมให้น้องคนรู้จักเล่นให้ ซึ่งผลทดสอบออกมาค่อนข้างน่าประหลาดใจหลายอย่าง อันดับแรกคือ ในซีพียูระดับนี้ สามารถปรับกราฟฟิกได้สูงสุดถึง HDR HD ซึ่งเป็นความละเอียดที่ Snapdragon 845 ปรับได้ และยังสามารถปรับเฟรมเรทได้แบบ Ultra ซึ่งเฟรมเรทจะสุดอยู่ที่ 40FPS



แต่ถ้าปรับกราฟฟิกอยู่ในระดับ ดี จะสามารถปรับกราฟฟิกได้ในระดับสูงสุด ซึ่ง...เฟรมเรทจะสูงสุดอยู่ที่ 60FPS!!! ซึ่งสามารถทำได้เท่ากับ Snapdragon 845 เลย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ค่อนข้างน่าตกใจพอสมควรครับ...เพราะด้วยคะแนน Antutu ที่ไม่ได้สูงเหมือน Snapdragon 845 และมือถือราคาไม่ถึงหมื่น...มันเป็นไปได้ยังไงที่จะสามารถเล่นเกมส์ได้ลื่นขนาดนี้...


แต่แน่นอนว่า...ความแรงนั้นก็จะแลกมาด้วยความร้อนที่สูงตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่าซีพียู MediaTek Helio G90T ที่อยู่ใน Redmi Note 8 Pro นั้น ค่อนข้างจะร้อนง่าย ไม่ว่าคุณจะใช้งานอะไรก็ตาม คุณอาจจะรู้สึกถึงตัวเครื่องที่อุ่นๆอยู่บ้าง และเท่าที่ผมได้ลองเล่นเกมส์มาแล้ว พบว่าความร้อนอยู่บริเวณมุมขวาบนเมื่อหันจอเข้าหาตัว แต่ตามสเปกแจ้งว่ามีระบบระบายความร้อนมาด้วย ซึ่งผมเองก็สังเกตว่าความร้อนจะกระจายออกไปยังบอดี้ของตัวเครื่อง เพราะฉะนั้นถ้าจะเล่นเกมส์ ผมแนะนำให้ถอดเคส โดยรวมผมว่าความร้อน ร้อนพอๆกันหรืออาจจะร้อนกว่า Snapdragon 845 นิดหน่อย...แต่ก็ไม่ค่อยส่งผลกระทบกับเกมส์ที่เล่นมากซักเท่าไหร่

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความร้อนคือเรื่องของการกินแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างจะกินมากกว่า Snapdragon ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน อย่าง Snapdragon 730 หรือ 845 ซึ่งผมได้ทดลองเล่นเกมส์ PUBG Mobile ก่อนเข้าเกมส์ แบตเตอรี่มีอยู่ 27 เปอร์เซ็นต์ และเล่นชนะ ก็คือเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย ซึ่งผมจำระยะเวลาไม่ได้แต่ก็เป็นเวลาเฉลี่ยๆต่อ 1 ตาที่เล่นกัน...และปรับกราฟฟิกแบบ HDR HD และหลังจากจบเกมส์ระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ 13 เปอร์เซ็นต์!!! สำหรับแบตเตอรี่ที่ให้มา 4500mAh แล้ว ผมก็ยังถือว่ากินแบตเตอรี่พอสมควรเลยครับ

Youtube


อาจจะน่าเสียดายไปซักนิดที่จอของ Redmi Note 8 Pro มีติ่งเล็กๆอยู่ แต่โดยรวมผมถือว่าไม่กวนสายตาเวลาดูวีดีโอมากนักเพราะเป็นติ่งรูปหยดน้ำ ไม่ใช่ติ่งรูปตัว U


สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับ Redmi Note 8 Pro อีกอย่างก็คงจะเป็นเรื่องที่รุ่นนี้รองรับการดู Youtube แบบ Full HD 108060FPS HDR ได้ ซึ่งให้สีสันออกมาได้ดีใช้ได้เลย

Netflix


อย่างที่หลายๆคนทราบว่า มือถือ Xiaomi รุ่นใหม่ๆ รองรับการดู Netflix แบบ Full HD ซึ่งเครื่องนั้นจะต้องรองรับ Widevine L1



...และ Redmi Note 8 Pro Widevine เป็น L1 แล้ว แต่พอผมเข้า Netflix แล้วผมไม่สามารถดู แบบ HD ได้เลย...ในจุดนี้ผมมองว่ามันน่าจะยังเป็นมือถือรุ่นใหม่อยู่ ทาง Netflix อาจจะยังไม่ได้เพิ่มรุ่นนี้ให้รองรับ HD ก็เป็นได้...แต่ในอนาคตผมว่าต้องได้แน่นอน

ฟังเพลง


Redmi Note 8 Pro นั้น ได้เปลี่ยนไปใช้ลำโพงที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม โดยการเพิ่มขนาดห้องของลำโพงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เสียงที่ออกมานั้นทำได้ดีไม่แพ้รุ่นท็อปอย่าง Mi 9 แต่ก็คุณภาพโดยรวมผมก็ว่า Mi 9 ยังทำได้ดีกว่า Redmi Note 8 Pro อยู่นิดหน่อยครับในเรื่องของเสียงกลาง...แต่สำหรับมือถือ Xiaomi ที่มีลำโพงตัวเดียวและเสียงดีที่สุดสำหรับผม ก็คงเป็น Mi 9T และ Mi 9T Pro ครับ...ตัวนี้ทำได้ดีทั้งเรื่องเสียงกลางเสียงแหลมและความดังที่ทำได้ดีเลยครับ


สำหรับ Redmi Note 8 Pro เท่าที่ผมอ่านมา ในสเปกไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าใช้ชิพเสียงของยี่ห้อไหนหรือมีชิพเสียงมั้ย...ซึ่งเสียงที่ออกมาจากช่องหูฟัง 3.5 ก็จะค่อนข้างธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ และเสียงก็ไม่ได้ดังมากเหมือนมือถือที่มีชิพเสียง...แต่สิ่งที่ผมแปลกใจมากๆๆๆๆคือ ปกติผมใช้ Dac Type C ในการฟังเพลง และเสียงที่ได้จาก Dac Type C จะไม่อิงตัวเครื่องอยู่แล้ว และเสียงจะต้องดังกว่ามือถือมีชิพอีก แต่...สำหรับ Redmi Note 8 Pro พอผมเสียง Dac Type C ของผมแล้วเปิดเพลง พบว่าระดับเสียงที่ออกมาทั้งที่ผมเปิดระดับเสียงสุดแล้ว...เบากว่าช่อง 3.5 ซะอีก??? งงเลยครับ พอผมเปลี่ยนไปเสียบกับมือถือเครื่องอื่นๆก็ดังมากปกติ แต่พอเสียบกับ Redmi Note 8 Pro แล้ว ระดับเสียงกลับเบากว่า 3.5 อีก...ผมว่าก็คงต้องรออัพเดตกันต่อไปครับ T T

การโทร


Redmi Note 8 Pro รองรับ VoLTE และ HD Voice ซึ่งผมทำการทดสอบมาแล้ว และรองรับ VoLTE พร้อมกันทั้งสองซิม และเสียงที่ได้จากช่องลำโพงสนทนาก็ค่อนข้างจะดังและชัดเจนเหมือน Mi 9 เลยครับ


ตัวเครื่องเท่าที่ผมทดสอบมาก็จะรองรับการรวมคลื่นสูงสุดที่ 2 CA นะครับ (อัพเดต 11-10-62 สรุปว่ารองรับ 2 CA ครับผม)

เมนู โทรออก ข้อความ และ รายชื่อ


และก็เป็นมือถือ Xiaomi อีกรุ่นหนึ่งที่ผมสังเกตว่า แอพพื้นฐานที่ใช้โทรออก แอพรายชื่อ และแอพข้อความ Xiaomi เลือกที่จะใช้แอพพื้นฐานเหล่านี้ของ Google ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆคนไม่ชินและไม่อยากได้ แม้กระทั่งผมเอง ซึ่งผมพยามใช้งานแล้วผมก็บอกเลยว่ามันไม่ชิน...เพราะมันไม่ค่อยเข้ากับ MIUI ซักเท่าไหร่เลยในความคิดผมนะ


และแน่นอนว่ามือถือ Xiaomi ในราคาขนาดนี้ ต้องรองรับ Wi-Fi Dual Band อยู่แล้วครับ และยังสามารถปล่อยฮอทสปอดเป็นคลื่น 5Ghz ได้ด้วย

คะแนน Antutu



คะแนน Antutu ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่ามือถือเครื่องนี้เร็วและแรงมาเท่าไหร่นัก แต่มันก็บอกเราได้ว่ามันแรงกว่าซีพียูตัวไหนบ้าง...ซึ่งคะแนนออกมาขนาดนี้ ก็จะอยู่ตรงกลางระหว่าง Snapdragon 730 และ Snapdragon 845 ถ้าไม่นับเรื่องความร้อนและกินแบตกว่า 845 ผมก็ถือว่าทำได้ดีมากๆแล้วครับสำหรับราคาไม่เกินหมื่น

Sensor Box


เซ็นเซอร์พื้นฐานก็ให้มาครบครับ


ทดสอบ GPS



ถึงตัวนี้จะไม่ใช่ GPS คู่ แต่การใช้งาน Google Maps ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีแบบใช้งานได้ครับ อาจจะมีไม่ลื่นบ้างในบางสภาพอากาศ แต่โดยรวมถือว่าใช้ได้ครับ

สรุป


สำหรับผม Redmi Note 8 Pro เป็นมือถือที่ค่อนข้างจะครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นสเปกที่แรงเกินราคา กล้องที่ดีคุ้มราคา วัสดุตัวเครื่อง ที่ดูแล้วดีกว่ามือถือราคาต่ำกว่าหมื่นทั่วไป แบตเตอรี่ก็ให้มาเยอะ และอื่นๆ ผมบอกได้เลยว่าในราคาไม่เกินหมื่น Redmi Note 8 Pro ตอบโจทย์ใครหลายๆคนแน่นอน...ในช่วงนี้ก็เป็นช่วงแรกๆ แอพบางตัวก็อาจจะยังมีไม่รองรับอะไรอยู่บ้างแต่ผมว่าเดียวมันก็มีการอัพเดตให้ในอนาคต


สำหรับใครที่ซื้อมาเล่นเกมส์ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ สเปกเครื่องที่แรง แต่ก็ต้องแลกมากับความร้อนและแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างจะหมดไวสำหรับ Redmi Note 8 Pro ถ้าสายเกมส์จริงๆผมก็แนะนำว่าเพิ่มเงินอีกนิดไป Mi 9T Pro จะจบกว่า


เรื่องกล้องผมบอกเลยว่าตัวนี้มีการพัฒนาซอฟแวร์ให้ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ใครที่บอกว่ากล้อง Redmi Note 7 หรือ 8 ยังไม่ดีพอ ลองมาเป็น Redmi Note 8 Pro แล้วคุณจะรู้ว่ามันดีกว่าเดิมแค่ไหน ไม่ว่าจะถ่ายด้วยโหมดออโต้หรือ 64 ล้านพิกเซล คุณก็จะรู้ถึงความแตกต่างได้เลยว่ามันดีกว่ารุ่นก่อน แบบเห็นได้ชัด


ขอบคุณที่อ่านรีวิวของผมจนจบอีกเช่นเคยนะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนมากๆครับผม


ตัวอย่างรูปภาพที่ไม่ผ่านการปรับแต่ง
























2019-10-09 02:47:20
Favorites50 RateRate

Pro Bunny

TUK~PONG | from Redmi Note 6 Pro

#1

รีวิวได้ละเอียดมาก
2019-10-09 05:04:47

Moderador

TaE36 Author |

#2

TUK~PONG ตอบกลับเมื่อ 2019-10-09 16:04:47
รีวิวได้ละเอียดมาก

ขอบคุณมากครับผม ผมนี่รีบทำสุดๆเลยครับ 555+
2019-10-09 07:32:51

Master Bunny

แมงจิกุ่ง | from Redmi Note 7

#3

เยี่ยมเบย
2019-10-09 08:52:29

Semi Pro Bunny

1891963253 andy | from MI 8 Lite

#4

รีวิวได้เยี่ยมมาก
2019-10-09 09:20:02

Rookie Bunny

1834979403 | from Redmi 5

#5

สุด
2019-10-09 09:29:30

Rookie Bunny

Pup's | from Redmi Note 7

#6

อ่านไม่หมด 5555
2019-10-09 09:33:17

Rookie Bunny

1719061721 | from Redmi Note 5

#7

รออัพเดต เรื่อง 2ca ครับ
2019-10-09 09:58:27

Pro Bunny

1808585898☢️ | from Redmi Note 5A

#8

ขอบคุณ
2019-10-09 10:00:11

Wizard Bunny

Ian Adoe | from Redmi Note 5A Prime

#9

เยี่ยมเบย
2019-10-09 11:08:14

Semi Pro Bunny

T-REX513 | from Redmi 5 Plus

#10

ดีงาม
2019-10-09 11:10:13
please sign in to reply.
Sign In Sign Up

TaE36

Moderador

  • Followers

    531

  • Threads

    33

  • Replies

    277

  • Points

    1110

Newbie Member
Best thread club
Halloween
Throw Back with Mi 2018
Redmi Note 7 into space
Mi Pop SE
80K Medal

Read moreGet new
Copyright©2010-2020 Xiaomi.com, All Rights Reserved
Content Policy
Quick Reply To Top Return to the list