In order to fulfill the basic functions of our service, the user hereby agrees to allow Xiaomi to collect, process and use personal information which shall include but not be limited to written threads, pictures, comments, replies in the Mi Community, and relevant data types listed in Xiaomi's Private Policy. By selecting "Agree", you agree to Xiaomi's Private Policy and Content Policy .
Agree

อุปกรณ์เสริม

[รีวิว] รีวิว เครื่องกรองอากาศในรถ Xiaomi Mijia Car Air Purifier ดีมั้ย มันจำเป็นด้วยหรอ ภาค 2

2019-02-09 10:48:19
25604 36
สวัสดีครับเจอกับผม เต้ อีกแล้วนะครับ ที่ผมทำรีวิวช้า มันก็มีหลายเหตุผลด้วยกันแต่สรุป ช้าก็คือช้าครับ 555+ วันนี้ผมก็มีเจ้า Xiaomi Mijia Car AirPurifier หรือเครื่องกรองอากาศในรถยนต์มาให้ชมกันครับถึงช่วงนี้ฝุ่นมันจะลดลงบ้างแล้ว แต่ผมก็ทำรีวิวให้เพื่อนๆ ชมกันเผื่อใครคิดอยากจะซื้อ

ตอนแรกผมก็ไม่คิดอะไรมากครับบังเอิญเพื่อนบอกว่าซื้อมา แต่ผมยังไม่คิดจะซื้อเลยติดต่อขอยืมเพื่อนกะว่าจะมาทำรีวิว แต่พอคิดไปคิดมา ของแบบนี้มันใช้ระยะยาวถึงจะบอกความรู้สึกได้ ผมก็เลยต้องซื้อมาจนได้ ด้วยราคา 2800 บาท โดยประมาณ จาก Shopeeร้าน Xiaomilovers ครับ ตอนแรกจะซื้อของร้าน Thaisuperphoneแต่ว่าต้องสั่ง แต่ร้าน Thaisuperphone ราคาเครื่องแค่2500 บาท ไม่รวมค่าส่ง ถือว่าถูกนะครับ

กระทู้นี้อาจจะไม่ละเอียดหรือมีอะไรหลายๆอย่างขาดตกบกพร่องไปบ้างนะครับ ถ้ามีอะไรสอบถามก็ถามมาในคอมเมนท์ได้เลยนะครับ



ส่วนใครที่อยากดูเป็นวีดีโอพร้อมวิธีติดตั้งก็เชิญชมได้เลยครับ
V
V
V
V
V


เรามาเริ่มแกะกล่องกันเลยดีกว่าครับ


จริงๆ ยังมีกล่องอีกชั้นที่เป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลนะครับด้านนอกจะมีสติ๊กเกอร์ สเปกคร่าวๆ แปะอยู่ข้างกล่องครับ แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมา 555+ส่วนหน้าตากล่องด้านในก็จะมีรูปเครื่องกรองอากาศแบบนี้แหละครับ ซึ่งรูปหน้ากล่องนั้นดูใหญ่กว่าเครื่องจริงครับตอนแรกผมก็ตกใจว่าเครื่องมันใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ ซึ่งพอแกะออกมาแล้วขนาดก็ถือว่ากำลังดีครับไม่ใหญ่จนเกินไป

สเปกคร่าวๆของ Xiaomi Mijia Car Air Purifier
Xiaomi MiJia Car AirPurifier หรือ เครื่องฟอกอากาศในรถของแท้จากเสี่ยวหมี่ ออกแบบระบบการไหลเวียนของอากาศแบบพัดลมคู่ที่กรองอากาศได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สามารถผลิตอากาศบริสุทธิ์ออกมา CADR60 ลบ.ม./ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3-7 นาที และยังสามารถควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟนแบบ real-time ผ่านบูลทูธ 4.1 และยังมาพร้อมกับตัวไส้กรอง360 องศา ใช้วัสดุนำเข้าจากบริษัท Toray ของประเทศญี่ปุ่นคุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ที่สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM2.5/PM0.3-0.5ไมครอนได้มากถึง 99.99%

คุณสมบัติ

สี  : ดำ
เหมาะสำหรับรถที่มีขนาดภายใน  4.2-7.2 ตารางเมตร
ออกแบบระบบการไหลเวียนของอากาศแบบพัดลมคู่ที่กรองอากาศได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
สามารถผลิตอากาศบริสุทธิ์ออกมาCADR 60 ลบ.ม./ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.-7 นาที
ใช้ตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับค่าอากาศอนุภาคAmphenol ของประเทศอเมริกา
ใช้มอเตอร์  DC Brushless ทำให้สามารถดูดอากาศไม่บริสุทธิ์เข้าสู่ตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว
ตัวเครื่องสามารถกรองอากาศเข้าได้3 ด้าน และวงจรการไหลเวียนของอากาศจากหลังไปหน้า
รถเก๋งใช้เวลากรองอากาศเพียง3 ส่วนรถ SUV ใช้เวลา 5 นาที และรถตู้ 7 นาที
ไส้กรอง360 องศา คุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM2.5/PM0.3-0.5ไมครอนได้มากถึง 99.99%
ตัวไส้กรองใช้วัสดุนำเข้าจากบริษัทToray ของประเทศญี่ปุ่น
ชั้นไส้กรองด้านนอกใช้วัสดุPET ที่จะช่วยกรองอนุภาคขนาดใหญ่ เช่น ฝุ่น ผม ได้ 360 องศา
ชั้นไส้กรองด้านในใช้H11-class คุณภาพสูง ที่ช่วยกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่าPM2.5/PM0.3-0.5ไมครอน เช่นละอองเกสรดอกไม้
สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เปิดฝาหลัง ใช้เวลาเพียง 10 วินาที
เชื่อมต่อและควบคุมผ่านบูลทูธ4.1
สามารถควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟนแบบ real-time
แจ้งเตือนการเปลี่ยนไส้กรองผ่านทางสมาร์ทโฟน
ตัวเครื่องมีปุ่มปิด/เปิด, ไฟสถานะการทำงาน+คุณภาพอากาศ
แอพรองรับทั้ง Android และ iOS
ประหยัดพลังงานใช้ไฟน้อยสุดแค่ 6.5 วัตต์
แรงดันไฟฟ้า12V DC
มีโหมดการทำงานเงียบเสียงเบาเพียง 42dB(A)
ความยาวสายชาร์จ4.5 เมตร (เสียบกับช่องจุดบุหรี่)
ขนาดสูง 12 x กว้าง 12 x ยาว 38 cm.
ขนาดไส้กรอง22.8 x 9.3cm.
**ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศในรถโดยมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มากกว่า 4,000 ชั่วโมง**


อุปกรณ์ภายในกล่อง
Xiaomi MiJia Car AirPurifier x1
ไส้กรองx1
ตัวยึดเครื่องกรองอากาศกับเบาะx1
สายชาร์จยาว4.5 เมตร x1
แผ่นหนังรองศีรษะx1
คู่มือ x1


เมื่อเราเปิดกล่องด้านบนเราก็จะเจอกับคู่มือก่อน...ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว 555+


ต่อมาเราก็จะเจอกับกล่องหัวชาร์จไฟที่มีความยาวประมาณ 4.5 เมตร


และด้านที่ต่อกับที่จุดบุหรี่ของรถก็จะมีช่อง USB มาให้ด้วย ซึ่งถือว่าดีมากครับเผื่อใครมีกล้องหน้ารถ อย่างเช่นผม ก็ไม่ต้องไปหาซื้อที่ต่อพ่วงที่จุดบุหรี่อีก


ซึ่งช่องUSB ที่ให้มานั้นสามารถปล่อยไฟได้ที่ 5V 2.1A ซึ่งมากพอที่จะชาร์จ iPad เลย ถ้ามี QuickCharge มาให้คงดี 555+


อุปกรณ์ต่อมาก็จะเป็นขายึดเครื่องกับหัวเบาะรถ และแผ่นรองหัวเบาะ


ต่อมาก็จะเป็นตัวเครื่องส่วนเรื่องขนาดเครื่อง ผมก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาเทียบขนาด เลยเอา Mix 3 มาวางเทียบไปก่อนครับ


ตัวเครื่องจะมีช่องลมดูดอากาศเข้าทั้งหมด3 ทาง และช่องลมออก 2 ทาง คือซ้ายและขวา


ด้านข้างก็จะมีโลโกMijia… ซึ่งพอติดตั้งเสร็จ ช่องลมจะต้องหันขึ้น และสัญลักษณ์Mijia ก็จะเป็นแบบนี้


ด้านข้างของอีกฝั่งก็จะเป็นฝาครอบเซนเซอร์วัดค่าฝุ่นแต่ไม่ได้ใช้เลเซอร์วัดเหมือน Xiaomi Air Purifier นะครับตัวเครื่องจึงบอกได้แค่ค่าฝุ่นโดยประมาณ ไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขอย่างละเอียดเหมือนเครื่องกรองในบ้านครับ


ใกล้ๆกันนั้นก็จะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง พร้อมไฟสถานะต่างๆ ที่จะมีตั้งแต่สีเขียวที่บอกว่าอากาศดีที่มีค่าฝุ่นตั้งแต่ ต่ำกว่า 50 และไฟสีเหลือง ก็ตั้งแต่ 75-150และถ้าไฟสีแดงก็ตั้งแต่ 150 ขึ้นไปครับ


และเมื่อเรากดปุ่มในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน ก็จะเป็นเหมือนเป็นการเปลี่ยนความแรงพัดลมตามลำดับเช่นกดครั้งแรกก็จะเป็นโหมด Silent ต่อมาก็จะเป็น Standardและ Fast จนครั้งสุดท้ายจะเป็นออโต้แต่ผมแนะนำว่าปรับในแอพจะดีกว่า เพราะจะได้ไม่งงครับ


ต่อมาก็จะเป็นช่องเสียบไฟซึ่งพอติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งนี้จะอยู่ด้านใต้ของเครื่องครับ เท่ากับว่าติดตั้งในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว

ประเภทของหัวชาร์จก็จะคล้ายหรือเหมือนกับหัวชาร์จของโน๊ตบุ๊คACER หรือ ASUS เลยครับ 555+


ฝาด้านหลังก็จะมีสเปกคร่าวๆบอกเอาไว้ครับ


การเปิดฝาเพื่อเปลี่ยนใส้กรองก็ทำได้เหมือนกับเครื่องกรองอากาศในบ้านเลยครับ


แต่การดึงใส้กรองออกมานั้นต้องดึงด้วยสองมือครับจะดึงมือเดียงก็ได้ แต่ต้องดึงอีกข้างพอสุดแล้วก็มาดึงอีกข้างครับ ทางที่ดีดึงด้วยสองมือจะจบกว่าครับ 555+


ส่วนเรื่องใส้กรองเท่าที่ผมดู คือมันไม่มีชั้นคาบอน แลยคิดว่าตัวนี้ไม่สามารถกรองกลิ่นได้ครับส่วนชนิดของกรองจะเป็น Class H-11 ถึงจะไม่ถึง HEPA แต่ถือว่าเพียงพอที่จะกรองฝุ่น PM2.5,PM0.5,PM0.3 ได้ครับไม่ต้องห่วง


และเมื่อเราถอดไส้กรองอากาศออกมาก็จะเจอกับใบพัดลมแบบนี้เลยครับซึ่งจะเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่ง


ด้วยที่ฝาหลังที่มีเขี้ยวบนล่างเหมือนกันบางทีอาจจะทำให้เราสับสนได้เวลาเราจะปิดฝา เค้าก็เลยมีจุดมาให้สังเกตว่าจุดต้องตรงกันตรงนี้ถึงจะปิดได้ก็ถือว่าเป็นการใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยให้กับผู้ใช้ได้ดีครับ


ในส่วนของการติดตั้งผมแนะนำว่าให้ดูวีดีโอจะเข้าใจง่ายกว่าครับ แต่ผมก็จะอธิบายคร่าวๆ ให้ฟังแล้วกันครับรถที่ผมใช้จะเป็น Toyota Vios ปี 2010 รุ่น G Limitedซึ่งรุ่นนี้จะสามารถพับเบาะลงมาได้ แต่ถ้ารุ่นย่อยอื่นเช่น JE ก็จะพับเบาะไม่ได้ครับ แต่ไม่ใช่ปัญหาครับผมมองว่าเราแค่เดินสายไม่ให้เห็นสายก็พอครับ ของผมเดินสายแล้วซ่อนหลังเบาะครับ


ภาพนี้จะเป็นฝั่งเบาะหลังด้านขวานะครับสังเกตว่าสายไฟผมเดินมาจากหลังเบาะแล้วหายไป


ภาพนี้มันก็จะดูสกปรกนิดนึงนะครับ555+ ผมถอดฝาครอบที่เป็นส่วนที่กันรอยของขอบประตูออกแล้วเดินสายไปด้านหน้าที่ต่อไปจะเป็นเข็มขัดนิรภัยครับ


จริงๆแล้วไม่ต้องทำแบบผมก็ได้ครับ แค่ยัดสายเข้าไปตามช่องว่างก็ได้ครับ แต่ของผม พอมาถึงขั้นตอนนี้ผมถอดฝาครอบชุดเข็มขัดนิรภัยคนขับออกมาแล้วเดินสายให้เป็นระเบียบแค่นั้นครับซึ่งการถอดไม่ต้องใช้ไขควงหรืออะไรเลย ใช้แค่มือเรางัดมันออกมา แต่ก่อนจะงัดชิ้นพลาสติกออกมาให้แกะยางของประตูออกมาก่อนนะครับแกะแค่พอเราแกะชิ้นส่วนที่ต้องการ ไม่ต้องแกะออกมาหมดครับ เดี๋ยวจะใส่คืนไม่ได้ลำดับในการแกะของรถส่วนใหญ่ก็จะต้องแกะแผ่นรองกันรอยตรงขอบประตูออกก่อนแล้วตามด้วยยางขอบประตูครับ ถึงจะถอดชิ้นส่วนอื่นๆ ต่อได้

ขออภัยที่ไม่มีรูปประกอบอย่างละเอียดครับ


ต่อมาอันนี้ก็จะเป็นประตูฝั่งคนขับซึ่งผมทำวิธีเดียวกันกับประตูหลังเลยครับ

***ขอย้ำนิดนึงครับคือ Vios Gen 2 ที่จุดบุหรี่จะอยู่ตรงกลางรถข้างๆ เบรกมือเลยผมเลยสิ้นสุดการเดินสายไฟที่จุดนี้ครับ สำหรับรถรุ่นอื่น จะเดินแบบนี้ก็ได้ครับแล้วกองสายส่วนที่เหลือไว้ใต้เบาะคนขับแล้วม้วนสายเก็บให้ดี แล้วลากมาต่อที่จุดบุหรี่คอนโซลหน้ารถก็ได้ครับ***


ผมเองก็พันสายไฟเก็บไว้ที่บริเวณนี้ครับ


***ขั้นตอนนี้ผมอยากเตือนนิดนึงครับผมแนะนำว่าให้เอาปลายที่เป็นหัวเสียบของเครื่องกรองร้อยผ่านรางเบาะก่อน แล้วค่อยเดินสายไปที่หลังรถนะครับ เพราะไม่งั้นพอถึงขั้นตอนี้แล้วเราจะเอาหัวที่จุดบุหรี่ ยัดใต้รางเบาะนั่งไม่ได้ครับ เพราะมันใหญ่เกินไป***


อย่างที่ผมบอกไปครับว่ารถผมที่จุดบุหรี่อยู่กลางรถแต่รถรุ่นนี้ไม่มีที่จุดบุหรี่ติดรถมาให้ครับ 555+ และที่หัวของปลั๊กก็มีช่อง USBมาให้อีกช่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับเพราะผมจะได้ไม่ต้องไปซื้อตัวพ่วงมาอีกให้มันรถ


กล้องหน้ารถก็ยังใช้งานได้เหมือนเดิม(อยากอวด Yi Ultra Dash Cam ครับ 555+)^^;

และนี่ก็เป็นภาพหลังการติดตั้งเสร็จแล้วครับตอนแรกผมเองก็หันด้านที่ลมออกมาทางด้านหน้าซึ่งมันผิดครับ ต้องหันขึ้นแต่ด้วยความที่คิดไปเองว่ารถมันแคบหลังคาก็เหลืออยู่แค่นั้นก็เลยอยากหันทางลมออกมาด้านหน้า แต่พอลองหันทางลมไปด้านบนแล้วก็พบว่าลมมันก็มาถึงด้านหน้าได้ครับเพระหลังคามันดันลมจากด้านหลังมาหน้าครับ แรงลมมันไม่ทำให้เรารู้สึกว่ามีลมพัดมาจากข้างบนคับแต่ที่ผมรู้เพราะกลิ่นใส้กรองอากาศครับ มันไม่เหม็นนะครับมันเป็นกลิ่นที่ทำให้เรารู้สึกสดชื่นมากกว่าครับ เลยทำให้ให้ผมรู้ว่าติดตั้งแบบนี้แหละถูกแล้วถึงมันจะเหลือพื้นที่น้อยก็ตาม


แผ่นรองหัวเบาะที่ให้มาก็ให้เราเอาสายที่รัดเครื่องมาซ่อนไว้หลังแผ่นรองนี้ครับทำออกมาได้ดีเลยครับ


ด้านหลังของแผ่นรองหน้าตาก็จะประมาณนี้ครับ


ก็จบแล้วครับผมสำหรับการติดตั้ง เอาจริงๆ ก็ลำบากนิดหน่อยครับ เพราะพื้นที่กระจกหลังรถผมมันค่อนข้างแคบแต่ก็ออกมาโอเคเลยใช่มั้ยคับ 555+ ยังไงผมก็ฝากเจ้าเครื่องกรองอากาศ XiaomiMijia Car Air Purifier ไว้ด้วยนะครับ

***ความรู้สึกหลังการใช้งาน***

ผมลองเอาเครื่องวัดคุณภาพอากาศมาวัดค่าแล้วครับหลังจากที่ขับรถประมาณ10 นาที ผมทำการวัดค่า จากค่าฝุ่น 20 ลดเหลือแค่ 002 ภายในเวลาประมาณ ไม่ถึง 10นาที สรุปคือสามารถช่วยลดฝุ่นได้จริงครับ

ต่อมาที่ผมรู้สึกดีมากคือเรื่องไฟของแบตเตอรี่รถครับเมื่อตัวเครื่องพบกว่ารถเราไฟในแบตเตอรี่ต่ำกว่า 11-10 โวลต์เครื่องจะตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ และจะกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อระดับไฟในแบตเตอรี่มากกว่า11 โวลต์ ถามว่าทำไมผมถึงรู้ เพราะในช่วงที่ผมติดตั้งเครื่องเสร็จได้วันเดียวรถผมไดร์ชาร์จรถผมเสีย แล้วพอเปลี่ยนไดร์ชาร์จลูกใหม่ก็พบว่าไฟของไดร์ชาร์จชาร์จไฟไม่เพียงพอจึงทำให้ผมเข้าแอพมาดูโวลต์ของแบตเตอรี่ตลอดทางครับ เพื่อไม่ให้รถดับระหว่างขับรถครับตอนนั้นรถผมไฟตกถึง 9 โวลต์เลยครับ พวงมาลัยไฟฟ้าไม่ทำงานก็เลยครับ แต่ก็ผ่านมาได้นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งเหมือนกันครับที่ทำให้ผมออกรีวิวช้าเพราะเคลียเรื่องรถตัวเองซึ่งกินเวลาไปเกือบอาทิตย์เลยคับกว่ารถผมจะใช้งานได้เหมือนเดิม

***สำหรับรถที่ไม่มีหัวเบาะหลังถ้าไม่คิดอะไรมากก็ติดหลังเบาะคนนั่งด้านหน้าครับ แต่ถึงปัจจุบันจะมีน้อยแล้วแต่รถที่ไม่สามารถถอดหัวเบาะได้ หรือที่หัวเบาะกับตัวเบาะเป็นชิ้นเดียวกันก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้างครับ ดังนั้นจึงไม่สามารถติดตั้งได้นะครับสำหรับอุปกรณ์ที่ให้มา อาจจะต้องมีการดัดแปลงอุปกรณ์ที่ใช้ยึดเครื่องด้วยตัวเองนะครับ***

ยังไงก็ฝากติดตามผมด้วยนะครับถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
2019-02-09 10:48:19
Favorites22 RateRate

Moderator

Navysri | from Redmi Note 5

#1

รีวิวละเอียดยิบ น่าใช้มาก ๆ ครับ
2019-02-09 11:05:12
ขอบคุณครับ...
2019-02-09 12:02:15
สุดยอดมากครับ
2019-02-09 12:06:44

Moderator

TaE36 Author |

#4

Navysri ตอบกลับเมื่อ 2019-02-09 23:05:12
รีวิวละเอียดยิบ น่าใช้มาก ๆ ครับ

ขอบคุณมากคับผม ^^
2019-02-09 12:20:47

Moderator

TaE36 Author |

#5


เช่นกันคับผม
2019-02-09 12:24:49

Moderator

TaE36 Author |

#6

2019-02-09 12:25:12

Mi Blogger

EarnZ | from MI 8 UD

#7

เดี๋ยวต้องไปลอกวิธีติดบ้างแล้ว ตอนนี้วางไว้ข้างบนเฉยๆ เบรคแรงๆทีล่วงตลอด
2019-02-09 22:28:49

Moderator

TaE36 Author |

#8

EarnZ ตอบกลับเมื่อ 2019-02-10 10:28:49
เดี๋ยวต้องไปลอกวิธีติดบ้างแล้ว ตอนนี้วางไว้ข้างบนเ ...

ขับรถมาคับ เดี๋ยวติดให้คับ 555+
2019-02-10 01:15:57

Rookie Bunny

6156050962 | from app

#9

ติดปัญหาเรื่องติดตั้ง เพราะถอดหัวเบาะไม่ได้ พอจะมาติดด้านหลังคนขับ ตรงที่พิงหัว มันทรงคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู ฐานกว้าง บนเรียวมาหน่อย ติดไปสักพัก อาจหลุดด้านข้างได้

ถ้าพอมีไอเดีย รบกวนแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
2019-02-10 07:59:02

Pro Bunny

NineiL | from Mi MIX 3

#10

ติดกับเบาะหน้าได้หรอครับ
2019-02-11 20:35:01
please sign in to reply.
Sign In Sign Up

TaE36

Moderator

  • Followers

    338

  • Threads

    31

  • Replies

    261

  • Points

    1052

Newbie Member
Best thread club
Halloween
Throw Back with Mi 2018
Redmi Note 7 into space
Mi Pop SE
80K Medal

Read moreGet new
Copyright©2016-2019 Xiaomi.com, All Rights Reserved
Content Policy
Quick Reply To Top Return to the list