In order to fulfill the basic functions of our service, the user hereby agrees to allow Xiaomi to collect, process and use personal information which shall include but not be limited to written threads, pictures, comments, replies in the Xiaomi Community, and relevant data types listed in Xiaomi's Private Policy. By selecting "Agree", you agree to Xiaomi's Private Policy and Content Policy .
Agree

POCOPHONE

[รีวิว] รีวิว Pocophone F1 แบบเต็มๆ ใช้งานจริง 2 สัปดาห์ **ระวังเน็ตหมด รูปเยอะมากครับ 555+***

2018-10-18 00:27:11
24649 37
รีวิว Pocophone F1 แบบเต็มๆ ใช้งานจริง 2 สัปดาห์
***กระทู้นี้อาจทำให้เน็ตของคุณหมดได้เพราะรูปเยอะมากครับ555+***

สำหรับคนที่อยากดูเป็นคลิปครับ อาจจะไม่ครบหัวข้อ แต่ก็ใกล้เคียงกับเนื้อหาในกระทู้นี้ครับ







สวัสดีครับผมเต้ Untitled Channel ครับ เมื่อพูดถึงPocophone F1 แล้วตอนนี้ผมถือว่าเป็นมือถือที่ค่อนข้างครบเครื่องในหลายๆ  ด้าน ในราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 10990บาทเท่านั้น กับขนาด 64GB แรม 6GBและ 12990บาท กับความจุ 128GB แรม 6GB
สำหรับรีวิวครั้งนี้ผมตั้งใจทำมากครับ เพราะมันมีรายละเอียดเยอะ และผมต้องการนำเสนอให้ได้เยอะที่สุด ผมต้องขอโทษที่ไม่สามารถบอกได้หมดว่าเจ้าPocophone F1 มีฟีเจอร์อะไรบ้างเพราะถ้าบอกได้หมด มันคงเยอะจนคุณไม่อยากอ่านมันแน่นอนครับ 555+ เพราะฉะนั้นจะเป็นการรีวิวที่เน้นประสบการณ์การใช้งานมากกว่าสเปกบนกระดาษและความรู้สึกที่ได้ใช้งานมาประมาณ 2 สัปดาห์ และมีเพื่อนๆ ที่ได้ทดลองเล่นเกมด้วยPocophone F1 กันแล้วความรู้สึกจะเป็นอย่างไร โดยบทความนี้จะแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ให้เลือกอ่านได้ครับผมเชิญอ่านรีวิวและวีดีโอในยูทูปได้เลยครับ
สำหรับสเปก ของPocophone F1 สามารถดูได้ที่ลิงค์นี้เลยครับผม
https://www.poco.net/global/specs/

เรามาเริ่มกันดีกว่าครับ



ด้านบนกล่องก็จะมีโลโก้ Pocophone By Xiaomi และด้านข้างจะมีคำว่า Global Version อยู่



ด้านหลังก็จะมีสเปกและข้อมูลคร่าวๆ ของตัวเครื่องอยู่






อุปกรณ์ ภายในกล่องก็จะมี ตัวเครื่อง เคสยางเข็มจิ้มซิม คู่มือภาษาอังกฤษ ที่ชาร์จ และสายชาร์จ



หัวชาร์จที่ให้มาก็รองรับ Quick Charge 3.0 ใส่มาให้ในกล่องด้วยไม่ต้องซื้อแยก...


มาถึงตัวเครื่องกันเลยดีกว่าหน้าจอของ Pocophone F1 เป็นจอ IPS-LCDขนาด 6.18นิ้ว ความละเอียด FullHD+ อัตราส่วน 18.7:9 และเป็นกระจก Gorilla Glass 3 ติ่งด้านบน เรียงลำดับจากซ้ายไปขวาจะประกอบไปด้วย กล้องอินฟาเรด อินฟาเรด ลำโพงสนทนาเซนเซอร์วัดแสงและเซนเซอร์ปิดหน้าจอเมื่อแนบหูอยู่ในตัวเดียวกันและสุดท้ายคือกล้องหน้า ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขอบจอด้านล่างสุดตรงกลางเหนือช่องเสียบชาร์จ จะเป็นไฟ LED สีขาวที่แสดงสถานการณ์ชาร์จไฟและแจ้งเตือน


ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็น พลาสติกแบบโพลีคาร์บอเนต ที่มีความยืดหยุ่น เป็นแบบ Unibody ด้วยขนาดตัวเครื่อง 155.5  x 75.2 x 8.8 มิลลิเมตร น้ำหนัก 180 กรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักมาก


ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็น พลาสติกแบบโพลีคาร์บอเนตที่มีความยืดหยุ่น เป็นแบบ Unibody ด้วยขนาดตัวเครื่อง 155.5  x 75.2x 8.8 มิลลิเมตร น้ำหนัก 180 กรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักมาก


ด้านบนตัวเครื่องจากทางซ้าย จะเป็นไมค์ตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนขณะสนทนาและด้านขวาจะเป็นช่องเสียบ 3.5mm ที่หลายๆ คนยังถามหา แม้กระทั่งผมเอง 555+


และด้านล่างเมื่อหันเครื่องเข้าหาตัว ในรูปมันคว่ำหน้าอยู่ขออภัยด้วยครับ ^^; ด้านซ้ายจะเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนาตัวหลักและด้านขวาจะเป็นลำโพง



ส่วนด้านหลังจะมีกล้องสองตัว ตัวบนจะเป็นกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซลส่วนตัวล่างจะเป็นกล้องตัวที่สองที่ใช้วัดความลึก ขนาด 5 ล้านพิกเซล และข้างๆ จะมีแฟลชสองดวงล่างสุดคือเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

เรื่องกล้อง



กล้องหลัก SonyIMX 363(ตามสเปก)ความละเอียด 12ล้านพิเซล f1.8 และระบบโฟกัสเป็น Dual Pixel ซึ่งระบบนี้จะทำให้กล้องโฟกัสได้รวดเร็วมากส่วนกล้องตัวที่ 2 เป็นกล้องที่ใช้วัดความลึกของวัตถุหรือใช้ในโหมดถ่ายภาพบุคคลมีขนาด 5 ล้านพิกเซล หลังจากได้ลองใช้แล้ว กล้องรุ่นนี้ ไม่มีกันสั่น OIS แต่มี EIS ที่เป็นระบบกันสั่นวีดีโอด้วยซอฟแวร์ มาให้ใช้ในโหมดวีดีโอด้วยซึ่งถือว่าใช้ได้เลย

       

และก็อีกอย่างที่บางคนอาจไม่ได้สังเกต คือกล้องเป็นรุ่นเดียวกับ Mi 8 ก็จริง แต่ Pocophone F1 ถ่ายภาพได้มุมที่กว้างกว่า Mi 8 เล็กน้อย แต่ก็สามารถสังเกตได้เมื่อนำมาเปรียบเทียบเมื่อถ่ายในมุมเดียวกัน

[size=18.6667px]

         


นอกนั้นความสามารถในการถ่ายรูปนั้นแทบจะเหมือนกับ Mi 8 เกือบทุกกอย่าง ยกเว้นกล้องตัวที่ 2 ของ Pocophone F1 ที่เป็นเลนส์ที่ใช้วัดความลึกของวัตถุเท่านั้น ไม่ใช่เลนส์ระยะเทเล เหมือน Mi 8 จึงทำให้การถ่ายภาพบุคคลของ สองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่ง Mi 8 จะทำได้ดีกว่า ทั้งการเบลอหลังและระยะของภาพที่ดูดีกว่าและ Mi 8 ก็จะเก็บขอบได้ดีกว่า  แต่ถ้า Pocophone F1 อยากเก็บขอบเนียนๆแนะนำว่าให้เข้าไปใกล้แบบ หรือวัตถุ ก็จะทำให้การเก็บขอบและทำเบลอทำได้ดีเช่นกันครับ แต่ Mi 8 จะได้ภาพที่มืดกว่าเพราะเลนส์ตัวที่สองมีค่า F2.4 จึงทำให้รับแสงได้น้อย เพราะฉะนั้นถ้าถ่ายที่ที่แสงเพียงพอจะออกมาดูดีมากครับ แต่กลางคืนจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

และอีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนฉากหลังและเปลี่ยนลักษณะการเบลอ และปรับระดับการเบลอได้ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะมีอยู่ในMi 8 อยู่แล้วครับ


เริ่มจากถ่ายภาพด้วยโหมดถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลังแล้วกดเข้าไปดูรูป และเราจะเป็น รูปปรับค่ารูรับแสงข้างๆ รูปหัวใจมุมบนขวา


และจะเจอกับเมนูต่างๆเช่น ระดับการเบลอ เส้นทางแสง และ เอฟเฟ็กซ์สามมิติ


แต่สำหรับ เอฟเฟ็กซ์สามมิตินั้น จะต้องถ่ายภาพให้เห็นหน้าชัดเจนเท่านั้น ระบบนี้ถึงจะทำงานได้ครับ


การถ่ายวีดีโอนั้นก็สามารถได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K30fps และ Slow Motion ความละเอียดสูงสุดที่ Full Hd 240 fps และสามารถถ่าย Timeslapได้ด้วย



และยังมีโหมด Manual ด้วยครับ ที่เราสามารถจะตั้งสปีดชัทเตอร์สูงสุดได้ที่32 วินาที ส่วน ISO ก็จะตั้งได้ตั้งแต่ 100-3200 แต่ข้อเสียอีกอย่างสำหรับการถ่ายโหมด Manual คือ เมื่อเราลองปรับค่ากล้องต่างๆ แล้ว เช่นเราอยากถ่าย ISO ต่ำ ลากสปีทชัทเตอร์ยาวๆ แต่ภาพจากกล้องที่แสดงให้เราเห็นนั้น มันมืดจนดำแล้วเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า จุดที่เราต้องกล้องนั้น ตรงกับมุมที่เราต้องการมั้ยวิธีที่จะเห็นภาพได้คือ ต้องเปลี่ยนโหมดไปเป็นโหมดรูปภาพปกติ หรือโหมดที่อยู่ข้างๆ โหมด Manualอย่างโหมด Panorama ที่จะทำให้เราเห็นภาพได้ไม่มากก็น้อยก่อนเราจะถ่าย555+





และสุดท้ายเรื่องกล้องAI ที่สามารถรับรู้และปรับสีและแสงไปตามวัตถุที่อยู่หน้ากล้องได้หลายรูปแบบ ประมาณ 25ซีน ซึ่งโดยรวมที่ผมใช้ทดลองถ่ายภาพมา AIทำงานได้ดีมากครับและไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ท และถ้าเปิดใช้งาน HDR ด้วยแล้ว เป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ เลยครับในเรื่องของถ่ายย้อนแสงก็ถือว่าทำได้ดี แต่สำหรับ AI กล้องหลังอาจจะปรับสีผิวของคนเนียนจนเกินไปและเราไม่สามารถเลือกปรับสีผิวอะไรได้เลยสำหรับกล้องหลัง



กล้องหน้า 24ล้าน f2.0 ที่ไม่มีแฟลชกล้องหน้ามาให้แต่ผมว่ามันใช้ได้เลยครับ ถึงจะถ่ายในที่มืดก็ตาม

   

มีโหมดปรับแต่งโครงหน้าได้ละเอียดและสามารถปรับระดับความเนียนได้ 5 ระดับ


   


Mi 8 จะได้โหมดที่มากกว่าคือ5 แบบ และปรับแต่งได้ละเอียดและดีกว่า และอีกเรื่องคือ กล้องหน้า Mi 8 นั้นถ้าปรับแต่งมากๆ ภาพมันก็ยังออกมาเป็นธรรมชาติกว่ากล้องหน้าPocophone F1 ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนแล้วหละครับว่าชอบแบบไหนมากกว่า 555+

เรื่องเกม
สามารถดูความลื่นไหลได้ในคลิปทีYoutube ที่ผมลงไว้นะครับ
เนื่องจากผมไม่ใช่สายเกมผมเลยให้เพื่อนๆ เล่นเกมส์แทนคับ 555+เพราะคนที่เล่นเป็นประจำด้วยเครื่องตัวเองแล้วเทียบกับ Pocophone F1 จะบอกความรู้สึกได้ดีกว่าที่คนไม่เล่นเกมส์แล้วเข้าไปเล่นเพื่อทดสอบอย่างเดียวก็จะไม่รู้ถึงความแตกต่าง


คนแรก น้องเคน ใช้
iPhone 7 เล่นเกมส์ROV
ความรู้สึกน้องเคนคิดว่ามันทัชช้าหรือหน่วงกว่าไอโฟนนิดหน่อยแต่ถือว่ารับได้ และลื่นพอๆ กับไอโฟน แต่มีบางช่วงที่เฟรมเรทตกบ้าง และแบตลดประมาณ4-5 เปอร์เซ็นต์ต่อเกมเท่านั้น และเกมตาที่ 2 ถึงจะรู้สึกว่าเครื่องอุ่น ซึ่งน้องเคนชอบเรื่องที่แบตหมดช้าดีและเกมส์ลื่น


คนที่สองน้องแบงค์ ใช้ iPhone 8 เล่นเกมส์ ROV
ความรู้สึกน้องบอกว่าทัชช้ากว่าไอโฟนนิดหน่อยลื่นดี แต่มีเฟรมเรทตกกว่าไอโฟนในบางช่วง แต่การทดสอบครั้งนี้เครื่องรู้สึกว่าร้อนตั้งแต่ตาที่สอง แต่กินแบตไปประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อการเล่น 1ตา เท่านั้น น้องบอกถ้าราคาขนาดนี้ผมก็ซื้อ 555+


สำหรับคนที่ใช้ iPhone แล้วมาเล่น Pocophone F1 ความเห็นของน้องทั้งสองจะคล้ายกันมากๆ ซึ่งเรื่องทัชช้ากว่า iPhone นั้น เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่ถือว่าเล่นได้และไม่ทำให้เสียบรรยากาศในการเล่นเกม น้องทั้งสองคนลองเล่นกันคนละ 2-3ตา ซึ่งชนะทุกครั้งโดยที่ไม่มีอาการหัวร้อนใดๆ 555+

ผมแคบหน้าจอมาให้ดูกันแบบไม่อวยครับคือผมขอบอกก่อนเลยว่า เฟรมเรทส่วนใหญ่ เกิน 50-55 ครับผม แต่ที่ผมแคบมาคือเป็นฉากที่มีเอฟเฟ็คมากและตัวเลขFPS ก็อยู่ประมาณ40+ แค่แปปเดียวเท่านั้น ซึ่งเอาจริงๆ นะ มันก็ยังลื่นอยู่ดีครับ มันไม่ตกไปถึง30+ จนรู้สึกว่ามันไม่ลื่นแน่นอนครับ

PUBG Mobile

คนที่สอง พี่ออมใช้ Galaxy S8 เล่นเกมส์ PUBGMobile
ความลื่นเหมือนๆ กับ Galaxy S8 แต่ในขณะที่เล่นเกมส์มีบัคแมพดำมืดให้เห็น แต่พี่ออมบอกว่า Galaxy S8 ไม่เคยเจอบัคนี้และตัวเกมตอนนี้อาจจะยังไม่ได้อัพเดต จึงทำให้ติ่งบนจอ บังปุ่มด้านข้างของเกมทำให้มีติดขัดตอนก่อนเล่นเกมบ้าง และด้วยเรื่องของชนิดหน้าจอ พี่ออมใช้ GalaxyS8 จอเป็น Super Amoled แล้วพอมาเป็น จอ IPS เลยรู้สึกถึงความแตกต่างว่าจอ SuperAmoled จะให้สีสันและรายละเอียดได้ดีกว่า ส่วนแบตลดประมาณ5-6 เปอร์เซ็นต์ต่อการเล่น 1 ตา ส่วนเรื่องทัชไม่มีปัญหาเรื่องหน่วงหรือช้าแต่อย่างใด


น้อง...ผมจำชื่อน้องไม่ได้ เพราะเพิ่งเจอกันครั้งแรก น้องใช้ Galaxy J7 2016
แต่ GalaxyJ7 2016 ไม่สามารถเล่นPUBG Mobile ได้เพราะสเปกไม่ถึงน้องเลยได้แค่เล่นเกมที่คล้ายกันเท่านั้น แต่พอน้องมาเล่น PUBG Mobile ใน Pocophone F1 แล้ว น้องชอบมากครับ ตอนแรกน้องอยากได้ HuaweiNova 3i แล้วจะเอามาเล่นเกมด้วยแต่พอน้องได้มาเล่น Pocophone F1 แล้วถึงกับเปลี่ยนใจจะซื้อPocophone F1 กันเลยทีเดียวเพราะน้องชอบเล่นเกม เลยอยากได้มือถือเน้นเล่นเกมมากกว่าและราคาต่างกับ HuaweiNova 3i แค่พันกว่าบาทแต่ Pocophone F1 ได้ซีพียูที่ดีกว่าและกล้องก็ถูกใจน้องมาก เพราะมันเบลอได้เนียน ปรับหน้าสวยได้ดีไม่ดูหลอกตาเมื่อปรับโหมดบิวตี้ และเสียงลำโพงที่ดังดีเสียงดีน้องเค้าเลยตัดสินใจว่า Pocophone F1 จะเป็นมือถือเครื่องใหม่ของน้องเค้า(ป้ายยาสำเร็จ555+)




เรื่อง PUBG Mobile จะมีปัญหาแค่ในหน้าแรกก่อนเริ่มเกมเท่านั้นคือตอนช่วงหลังที่เกมส์อัพเดตให้เล่นได้แบบเต็มหน้าจอ ปัญหาที่ตามมาคือปุ่มทางด้านข้างซ้าย ติดติ่งครับผมการแก้ไขแบบชั่วคราวนั้นก็คือถ้าจะกดแทบซ้ายที่ติดติ่งก็ให้หมุนเครื่องไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้ติ่งมาอยู่ด้านขวาแทน แล้วถึงจะกดครับซึ่งเกมส์ ROV นั้น เค้าอัพเดตให้เล่นเต็มจอได้แล้วและจัดวางปุ่มหลบติ่งไว้แล้วครับทั้งซ้ายและขวา ROV จึงไม่มีปัญหาอะไรกับมือถือที่มีติ่งเลยครับ



เรื่องที่ชอบส่วนตัว
เรื่องที่ผมชอบในตัวPocophone F1เป็นเรื่องของลำโพง ซึ่งผมบอกเลยว่าผมชอบเปิดเพลงหรือเปิดยูทูปด้วย PocophoneF1 มากๆ เพราะไม่ใช่แค่ลำโพงเสียงดังและดีกว่าMi 8 แต่ให้เสียงเบสและเสียงกลางได้ดีกว่าMi 8 มากๆผมยอมรับตรงนี้เลยว่าชอบลำโพงตัวนี้มาก แค่ตัวล่างนะ 555+ ส่วนลำโพงบนผมขอบ่นหน่อยและกันว่า จะมีไว้ทำไม... คือเหมือนเอาลำโพงฟังการสนทนาปกติมาทำให้เสียงมันออกเสียงมันแหลมและเบามาก และไม่สามารถได้ยินเสียงกลางจากลำโพงตัวนี้ได้เลยแต่ที่ลำโพงเป็นสเตอริโอนั้นเป็นความจริง มีการแบ่งซ้ายขวาชัดเจนแต่ความดังก็ต่างกันมากเช่นกัน งานนี้ผมยกความดีความชอบให้ลำโพงตัวล่างเต็มๆว่าทำได้ดีมากๆ ในราคาแค่นี้ โดยรวมตัวเครื่อง ขนาดหน้าจอ และเมนูต่างๆแทบไม่ต่างจาก Mi 8 ซักเท่าไหร่ ผมเลยทำได้แค่เปรียบเทียบความต่างของสองรุ่นนี้ซะมากกว่า


เรื่องการชาร์จด่วนคงไม่ต้องพูดมากเพราะ Quick Charge 3.0 สามารถชาร์จได้ไวอยู่แล้วและเรื่องแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4000 mAh ซึ่งถือว่าเหลือใช้มากครับสำหรับการใช้งานแบบผมผมสามารถใช้งานได้ เกิน 13 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จเต็ม 100 เปอร์เซนต์

วัสดุตัวเครื่องการจับถือ


ผมมองว่าในเมื่อเราใส่เคสกันทุกคนอยู่แล้วเราจะไปสนใจทำไมกับเรื่องวัสดุตัวเครื่องเป็นพลาสติก จริงมั้ยครับ 555+


ด้วยระยะในการใช้งานเจ้าPocophone F1 ของผมอาจจะไม่นานเท่าไหร่แต่ผมก็เจอปัญหาในการใช้งานที่ทำให้รู้สึกอยู่บ้างเล็กน้อย สำหรับผม
เรื่องกล้องเรื่องของการกดถ่ายภาพหลายๆ ครั้งในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่การกดชัดเตอร์ค้างเพื่อถ่ายต่อเนื่องนะครับคือกดหลายๆ ครั้ง ยังมีอาการช้า รอ ไม่ต่างจาก Mi 8 และยังไงผมก็คิดว่าการที่มีกันสั่นนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นมากครับ สำหรับมือถือสมัยนี้ ผมเองลองถ่ายรูปดู อย่างน้อย 1ใน3รูปของผมภาพมันออกมาสั่น เบลอเล็กน้อย ซึ่งผมว่ามันจะเกิดขึ้นได้แค่ที่แสงน้อยซะส่วนใหญ่ในสภาวะแสงปกติ ทำได้ดีอยู่แล้วครับ


ต่อมา คือผมใส่เมมที่มีเพลงเป็นเพลงความละเอียดสูงอย่างไฟล์ Flac แต่เมื่อใช้แอพเล่นเพลงที่ติดเครื่องมาที่ไม่ใช่ของgoogle music พบว่าเมื่อกดเล่นเพลงต่อไปเจออาการรอบัฟเฟอร์ และเจอปัญหาเล่นเพลงนั้นไม่ได้แล้วระบบข้ามไปเพลงต่อไปเองเลยแต่ถ้าเรากดย้อนกลับมาฟังเพลงที่เล่นไม่ได้ก่อนหน้านี้ กลับเล่นได้เฉยเลยครับ 555+และก็เมื่อฟังเพลงไปซักพัก มีอาการหยุดเองและแอพเด้งไปเองก็มีให้เห็นบ้างแต่น้อยมากครับ แต่ที่เด็ดกว่านั้นผมว่าอาจจะต้องยกความดีความชอบให้กับ Snapdragon 845 ก็ได้ครับ ที่สามารถเล่นไฟล์เพลง .dsd.dsf ที่เป็นไฟล์เพลงที่มีความละเอียดที่สูงมากได้ด้วยครับแต่เรื่องของคุณภาพเสียงนั้นมันก็ไม่ได้ดีอะไรมากเพราะรู้สึกว่า Xiaomi เองไม่ได้เน้นไปที่ระบบเสียงว่าจะต้องมี Ampหรือ Dac ในตัวที่สามารถขับเสียงออกมาได้ดีมากแค่รองรับไฟล์ .dsd .dsf มากกว่าผมก็มองว่า ถ้าต้องความละเอียดที่แท้จริงก็ควรใช้ Dac ที่เป็น USB Type C ก็น่าจะเห็นผลชัดเจนครับ ในราคาขนาดนี้รองรับไฟล์ระดับนี้ได้ ถือว่าไม่ธรรมดาครับ


การฟังเพลงผ่านบลูทูธก็รองรับตั้งแต่ SBC aptX aptX HD LDAC กันเลยทีเดียว แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ลองกับหูฟัง ผมได้ลองแค่ SBC และ aptX กับลำโพงเท่านั้น สองตัวนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเรื่องของความหน่วงเสียง sbc เสียงจะมาช้า หรือหน่วงกว่าภาพอย่างเห็นได้ชัดครับ แต่ aptx นั้นมีอัตราการตอบสนองของเสียงได้เร็ว คือแทบไม่หน่วงเลยก็ว่าได้ครับนี่คือสิ่งที่ผมจับสังเกตได้เกี่ยวกับระบบเสียงบลูทูธของ Pocophone F1 ครับ

หน้าจอ
ด้วยมือถือที่ผมใช้ก่อนหน้านี้ 3 เครื่องที่ผ่านมาเป็น จอ Amoledทุกเครื่อง รวมถึง Mi 8 ด้วย ส่วนตัวผมชอบจอ Amoled ของ Mi 8 มากกว่าครับ







จอ IPS ของ Pocophone F1 นั้นถือว่าดีเช่นกันครับให้สีสันได้ดี สมราคาแต่ด้วยเป็นจอ LCD จึงสู้แสงไม่ดีเท่าจอAmoled




แนะนำว่าให้ปรับหน้าจอที่โหมดปรับความเปรียบเทียงต่างอัตโนมัตเพราะมันจะช่วยปรับโทนสีหน้าจอให้เหมาะกับสภาวะแสงต่างๆแค่นี้มันก็เจ๋งแล้วสำหรับมือถือราคาขนาดนี้ ส่วนปัญหาเรื่องจอแสงรั่วหรือเรื่องทัชเพียนเครื่องนี้ไม่เจออาการอย่างที่กล่าวมาเลยครับ


   





และต่อมาคือเราสามารถปิดติ่งได้ถ้าเราไม่ชอบ ถ้าเราปิด แถบด้านบนก็จะเป็นสีดำครับ





และอีกฟีเจอร์หนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือการใช้งานแบบไม่มีปุ่มสามปุ่มด้านล่างของหน้าจอแต่จะใช้เป็นกาดปัดจากขอบจอต่างๆ เพื่อใช้งาน ซึ่งคล้ายกับ iPhone X มากครับ 555+ แต่ระบบนี้หลายๆคนอาจจะมองว่ามันดูใช้งานยาก แรกๆ จริงครับ อาจจะดูใช้ยาก แต่ใช้เวลาไม่นานครับถ้าชินกับมันแล้วคุณจะติดใจเลยครับ 555+

ต่อมาผมจะพูดถึงความคุ้มค่าอีกเรื่องนึงครับ




ในชื่อเมนูที่เป็นภาษาไทยนั้นคือพื้นที่ทับซ้อน???คุณเข้าใจความหมายมั้ยครับ ถ้าในเมนูภาษาอังกฤษคือ Second Space ก็คือถ้าเราเปิดโหมดนี้ก็จะเป็นมีมือถืออีกเครื่องอยู่ในเครื่องของเราซึ่งทุกอย่างจะแยกกันโดยเหมือนเป็นโทรศัพท์คนละเครื่องกันจริงๆซึ่งในโหมดนี้เหมาะกับใครก็อาจจะเหมาะกับคนที่ทำงานที่ต้องการแยกการทำงานระหว่างการใช้งานส่วนตัวกับที่ทำงานฟีเจอร์นี้ มีกันตั้งแต่ Xiaomi RedMi 5A ราคา 3พันกว่าบาทกันเลยครับ




และอีกอันที่เรียกว่า แอพโคลนคือเราสามารถมีแอพลิเคชั่นซ้ำกันได้มากกว่า 1 แอพ อย่างเช่นเรามี Facebook หลายบัญชี ไม่อยาก Log Out แล้ว Log In บ่อยๆ เราก็สามารถมี Facebook ได้ 2 แอพ และลงชื่อเข้าใช้ 2 บัญชีถามว่าเหมาะกับใคร...ลองถามตัวเองดูนะครับว่าเหมาะกับใครเรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่งนะครับ 555+




ระบบสแกนใบหน้า




สำหรับการปลดล็อคด้วยใบหน้านั้น ใช้งานได้ดีเหมือน Mi 8 เลยครับ ทั้งการสแกนหน้าในเวลากลางคืน และความรวดเร็วในการปลดล็อค


Sensor Box





จุดสังเกตที่ผมเพิ่งรู้อีกอย่างคือPocophone F1 ไม่มี PressureSensor มันคือเซนเซอร์ที่ใช้วัดแรงกดอากาศซึ่งมันสามารถวัดค่าได้ว่าจุดที่เราอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลหรือต่ำกว่าระดับน้ำทะเลกี่เมตร


รูปซ้ายมือจะเป็นPocophone F1 จังสังเกตได้ว่าไม่มีหัวข้อPressure และ Altitudeแต่ Mi 8 มี ซึ่งค่า Altitude คือค่าที่บอกว่าสูงที่เราอยู่ปัจจุบัน จริงๆเรื่องนี้ผมมองว่ามันไม่สำคัญครับว่ามันจะมีหรือไม่มี แต่ผมแค่อยากจะบอกเฉยๆว่ามันไม่มี Pressure เซนเซอร์ครับ555+

ทดสอบคะแนน Antutu


นี่คือคะแนน Antutu ของ Pocophone F1 ครับ จะอยู่ประมาณนี้ แต่ถ้าเป็น Mi 8 ของผมที่เทสหลังอัพเดต MIUI 10 แล้วคะแนนจะอยู่ที่ 283,863 คะแนนครับ ผมก็คิดว่าถ้า Pocophone F1 ถ้าได้อัพเดต MIUI10 คะแนนก็น่าจะสูสีกันหรือมากกว่านิดหน่อยก็เป็นไปได้ครับคะแนนเหล่านี้ ไม่ได้ชี้วัดว่ามือถือรุ่นนี้จะดีหรือไม่ดีครับ คิดไว้เสมอครับว่ามันเป็นเพียงแค่ตัวเลข ก็เหมือนอายุของเรานั้นแหละครับ... 555+

สรุป


ข้อดี

ลำโพงตัวเครื่องเสียงดังและเสียงกลางชัดเจนดี
ใส่เมโมรี่การ์ดได้
มีระบบชาร์จด่วน
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่
สแกนใบหน้าได้เร็วแม้ในที่มืด

จุดสังเกต

ไม่มี NFC
ดู Netflixความละเอียด HD ไม่ได้
วัสดุเป็นพลาสติก
กล้องไม่มีกันสั่นOIS แต่มี EISที่เป็นซอฟแวร์ช่วยลดการสั่นในวีดีโอ

เปรียบเทียบสิ่งที่แตกต่างของ Mi 8 กับ Pocophone F1
ในการรีวิวครั้งนี้ในบางหัวข้อผมพยามที่จะใส่การเปรียบเทียบของทั้งสองรุ่นนี้ลงไปเพราะผมเชื่อว่าหลายคนลังเลระหว่างสองรุ่นนี้มากซึ่งผมมองว่ามันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน สิ่งที่สำคัญนั้นคือคุณต้องการอะไรจากรุ่นไหนมากกว่าครับ ส่วนตัวผมขอเลือก Mi 8 ด้วยเหตุผลเรื่อง กล้อง จอ เป็นหลัก และด้วยราคาที่ต่างกันมันต้องมีอะไรที่ต้องได้อย่างเสียอย่าง เพราะฉะนั้น สำหรับคนที่ลังเลคุณลองคิดดูว่าคุณเน้นใช้งานด้านไหน แล้วรุ่นไหนมีไม่มีอะไรและงบประมาณที่คุณมีด้วย ยังไงผมขอฝากรีวิว Pocophone F1 ด้วยนะครับ หากมีอะไรผิดพลาดหรือเนื้อหาขาดตกบกพร่องตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับขอบคุณมากครับ

ตัวอย่างรูปถ่ายที่ถ่ายจากPocophone F1




























































Rate

Number of participants 1 Experience +1 Pack Reason

View Rating Log

2018-10-18 00:27:11
Favorites15 RateRate
โอ้วววววว รูปละเอียดยิบ สุดยอดรีวิวเลยครับผม
2018-10-18 00:31:58

Advanced Bunny

nonewnoname | from Mi MIX 2S

#2

ต้องรอมันอัพอีกแพทช์สองแพทช์ถึงจะเล่นเกมแล้ว fps ไม่ตก mix 2s มาตอนแรกก็ตกประมาณนี้แหละพอผ่านไปหลัง miui 10 อีกแพทช์หนึ่ง fps ไม่เคยอยู่ต่ำกว่า 57 เลย
2018-10-18 13:39:19
ซื้อมาใช้ตอนเปิดตัว12990บ. 6/128gb เน้นการใช้งานทั่วๆไป ไม่เน้นเกมส์ ส่วนตัวผมว่าโอเคเลยครับ
เร็วแรงลื่นๆดีครับ
2018-10-18 15:38:04

Moderator

TaE36 Author | from MI 8

#4

RESdev
โอ้วววววว รูปละเอียดยิบ สุดยอดรีวิวเลยครับผม ...

ขอบคุณคับผม
2018-10-19 22:37:48

Moderator

TaE36 Author | from MI 8

#5

นั่นสิคับ ผมว่าอาจจะต้องรออัพเดตอีกหน่อย เพราะ mi8 ไม่ตกขนาดนี้คับ แต่โดยรวมถือว่าดีคับผมว่า
2018-10-19 22:38:35

Moderator

TaE36 Author | from MI 8

#6

แค่นี้ก็เกินคุ้มแล้วคับ
2018-10-19 22:39:04

Master Bunny

Skyline1143 | from Redmi 5

#7

รีวิวสุดยอดครับ
2018-10-21 01:20:32

Pro Bunny

Mahn Lynn Naung | from Mi A1

#8

ทีนี่แหละครับ​ ให้มันรู้แล้วรู้รอด​ไปเลย
2018-10-21 08:13:42

Pro Bunny

1808585898☢️ | from Redmi Note 5A

#9

ขอบคุณที่รีวิวครับ เยี่ยมมาก
2018-10-22 00:35:00

Advanced Bunny

yos1826056901 | from Mi A1

#10

สวยงามตามท้องเรื่อง...อยากๆๆๆได้ม๊วากครับผม
2018-10-22 02:14:19
cchaivilas
please sign in to reply.
Sign In Sign Up

TaE36

Moderator

  • Followers

    1821

  • Threads

    53

  • Replies

    300

  • Points

    1283

Newbie Member
Best thread club
Halloween
Throw Back with Mi 2018
Redmi Note 7 into space
Mi Pop SE
80K Medal
tellMi AfterLife
Mi LED Smart Bulb Survey

Read moreGet new

Xiaomi Comm APP

Stay updated on Mi Products and MIUI

Copyright©2010-2021 Xiaomi.com, All Rights Reserved
Quick Reply To Top Return to the list