เชียงใหม่หมอกควันคลุมทึบตัวเมือง ขณะที่ “แม่แจ่ม” มาแล้ว! ค่าฝุ่นขนาดเล็ก PM10 พุ่งทะลุค่ามาตรฐานวัดได้ 128 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ก่อนพรุ่งนี้(1 มี.ค.61)จังหวัดเชียงใหม่เริ่มวันแรก “51 วันไม่เผา เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน” ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือจับตาเตรียมพร้อมบินบรรเทาปัญหา

รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า วันนี้(28 ก.พ.61) สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเช้าถูกปกคลุมหนาทึบด้วยหมอกควันจนทำให้ไม่สามารถมองเห็นดอยสุเทพจากระยะไกลได้ตามปกติ ขณะที่ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจะพบว่าที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในตำบลช้างเผือก และตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 10 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00 น. ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยวัดได้ 95 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 66 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ อย่างไรก็ตามพบว่าที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม วัดค่าได้ 128ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐานแล้ว ทั้งนี้จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเน้นย้ำเกี่ยวกับการควบคุมการเผาอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้วันพรุ่งนี้(1 มี.ค.61) จะเป็นวันแรกของการบังคับใช้มาตรการเข้มข้นตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 โดยสาระสำคัญหนึ่งของประกาศดังกล่าวอยู่ที่การกำหนดช่วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาดระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-20 เม.ย.61 ภายใต้ชื่อ “51 วันไม่เผา เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน” ด้วยการจัดชุดลาดตระเวน,จัดชุดปฏิบัติการเข้าดับไฟทันทีในเวลาอันรวดเร็วหากมีการเผาในพื้นที่ และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ชี้เบาะแสเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดจะมีรางวัลนำจับรายละ 5,000 บาท โดยแจ้งได้ที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ โทร.053-112-236 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ใดที่จะทำการเผาหลังวันที่ 20 เม.ย.61 ต้องขออนุญาตจากนายอำเภอก่อนดำเนินการทุกครั้งเพื่อควบคุมการเผาโดยพนักงานเจ้าหน้าที่

ด้าน น.ส.หนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เตรียมความพร้อมในการบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในเขตภาคเหนือ โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาคทั้ง 5 ศูนย์ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ เตรียมความพร้อมโดยติดตามสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ ในการบรรเทาปัญหาหมอกควันไฟป่า และเติมน้ำให้กับเขื่อนกักเก็บน้ำในเขตภาคเหนือ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการน้ำในแต่ละพื้นที่
สำหรับจังหวัดเชียงใหม่นั้น ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จะได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีสภาพอากาศที่จะสามารถทำฝนหลวงได้ก็จะเร่งทำ ซึ่งช่วงนี้มีสภาพอากาศที่แปรปรวนและมีพายุพัดเข้ามา ทำให้ค่า PM10 ไม่เกินค่ามาตรฐาน โดยแผนปฏิบัติการประจำปีของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง กำหนดเริ่มในวันที่ 1 มี.ค. -31 ต.ค.61 ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าเป็นหลัก ร่วมกับปัญหาภัยแล้งระยะที่ 1 และช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม เป็นเรื่องของปัญหาภัยแล้งระยะที่ 2 ที่จะช่วยเหลือและบรรเทาความต้องการน้ำทางการเกษตร จากนั้นช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงตุลาคม จะเป็นเรื่องของปัญหาภัยแล้งระยะที่ 3 นอกจากนี้ ยังมีแผนเติมน้ำต้นทุนของเขื่อนกักเก็บน้ำอีกด้วย ซึ่งแผนปฏิบัติการในทุกๆแผน จะมีการปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์ตลอดเวลา

ทั้งนี้ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ จะดูแลคลอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา ตาก โดยมีเครื่องบินรวม 4 เครื่อง ได้แก่ เครื่องบินกาซ่า จำนวน 2 เครื่อง เครื่องบินชนิดซีเอ็น จำนวน 1 เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ 1 เครื่อง เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ ในการบรรเทาปัญหาหมอกควันไฟป่า และเพื่อการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในเขตภาคเหนือ และเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่มอก และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ